個人檔案モーバイル ユナイテッド相片部落格清單 工具 說明

部落格


2006年8月

โชว์ ”ClearPad” อินเทอร์เฟสมือถือล้ำยุค

August 23, 2006

ซินแนปติกส์ บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ "ทัชแพด" (TouchPad) ที่ใช้อย่างแพร่หลายในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เตรียมส่งเทคโนโลยีอินเทอร์เฟสใหม่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพา ภายใต้ชื่อ "เคลียร์แพด"(ClearPad) และ "สไปรัล" (Spiral) หวังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการซอฟต์แวร์อินเทอร์เฟสบนโทรศัพท์มือถือ

       
       แรงบันดาลใจในการพัฒนาอินเทอร์เฟสแบบ ClearPad นี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการให้ปุ่มกดต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถืออันตรธานไปจากสารบบ เพราะเชื่อว่าผู้บริโภคต้องการหน้าจอใหญ่ ๆ มากกว่าปุ่มกดหรือแป้นฟังก์ชันต่าง ๆ ดังนั้นด้วยเทคโนโลยี ClearPad ผู้ผลิตโทรศัพท์จะสามารถขยายขนาดหน้าจอการทำงานได้กว้างมากขึ้น
       
       "โทรศัพท์มือถือจะไม่เป็นเพียงอุปกรณ์สื่อสารอีกต่อไป แต่มันกำลังก้าวไปสู่หน้าที่ของศูนย์กลางทางด้านข้อมูลข่าวสาร การออกแบบและพัฒนาอินเทอร์เฟสให้รองรับอนาคตในภายหน้าจึงมีความสำคัญ เพราะมันช่วยให้โทรศัพท์สามารถตอบสนองความต้องการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้" คลาร์ก ฟอย (Clark Foy) รองประธานบริษัทซินแนปติกส์กล่าว โดยยกตัวอย่างความสามารถของโทรศัพท์ในปัจจุบันที่ทำได้ทั้งเป็นเครื่องเล่นเอ็มพีสาม, รับส่งอีเมล, เปิดไฟล์คลิปวิดีโอ ฯลฯ
       
       หน้าจออินเทอร์เฟสของ ClearPad สร้างขึ้นจากฟิล์มโพลีเอสเตอร์ชนิดที่ยืดหยุ่นได้และสามารถผนึกลงบนหน้าจอแอลซีดีเพื่อการใช้งานประเภทต่าง ๆ ซึ่งจะแตกต่างจากเทคโนโลยีจอทัชสกรีนในปัจจุบันที่มีใช้งานกันในพีดีเอ หรือโทรศัพท์มือถือบางรุ่น โดยระบุว่า เทคโนโลยีทัชสกรีนในปัจจุบันเป็นแบบ Resistive Screen ซึ่งประกอบด้วยพลาสติกสองชิ้นประกอบกัน คั่นด้วยของเหลวหรืออากาศ ในการใช้งานทั่วไป พลาสติกสองชั้นจะไม่สนิทชิดกันจนกว่าจะเกิดแรงกดจากปากกาสไตลัส หรือนิ้วมือส่งตรงไปที่พลาสติกชิ้นแรก ซึ่งจะทำให้มันประกบเข้ากับพลาสติกชั้นที่สอง และเกิดกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
       
       ปัญหาของจอทัชสกรีนแบบเดิมคือ พื้นผิวจอชั้นแรกมักจะเสียหายจากการขูดขีด ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถป้อนคำสั่งผ่านหน้าจอบางจุดได้ ส่งผลถึงการรับข้อมูลของระบบ ซึ่งจะแตกต่างจากเทคโนโลยีอินเทอร์เฟสของ ClearPad เพราะจอแบบ ClearPad มีเพียงชั้นเดียว ทำให้ไม่ต้องมีส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวหรือกระทบกัน อีกทั้งผิวของจอยังมีความหนาไม่ถึง 0.5 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้รับข้อมูลได้แม่นยำและรวดเร็วกว่า
       
       
ด้วยหน้าจอและเทคโนโลยีแบบใหม่ทำให้การป้อนข้อมูล-คำสั่งลงในอินเทอร์เฟสแบบ ClearPad ทำให้หลากหลายมากขึ้น โดยทางบริษัทผู้ผลิตอ้างว่า ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าการป้อนคำสั่งด้วยการเคาะนิ้วเพียง 2 นิ้วลงบนหน้าจอ หรือรับสายโทรศัพท์ด้วยการยกเครื่องขึ้นมาใกล้ ๆ กับแก้ม
       

       โดยนาย Andrew Hsu ผู้บริหารของซินแนปติกส์ได้โชว์อุปกรณ์ต้นแบบของ ClearPad ซึ่งกำหนดให้เป็นโทรศัพท์มือถือเกลี้ยง ๆ ไม่มีปุ่มใด ๆ มีเพียงแต่หน้าจอกว้าง ๆ เท่านั้น นอกจากนั้นเขายังระบุด้วยว่า ClearPad สามารถยืดหยุ่นได้ อาจสามารถติดบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้ กระป๋องน้ำอัดลมก็เป็นตัวอย่างที่ดี
       
       อัลเบิร์ต ลิน นักวิเคราะห์จาก American Technology Research กล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่นี้ว่า
"ความสามารถของเทคโนโลยีใหม่นี้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดมือถือในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตของยอดขายเครื่องลูกข่ายสูงกมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น เราอาจได้เห็นความสามารถของ ClearPad ในอุปกรณ์เกม อุปกรณ์วาดภาพ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกในอนาคต"
       

       อุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งคือสไปรัล (Spiral) ซึ่งก็คือเซนเซอร์ตัวเล็ก ๆ ติดตั้งอยู่ภายในหน้าจอแอลซีดี และคอยจับการเคลื่อนไหวของปากกาสำหรับป้อนข้อมูล ผู้ใช้สามารถเคลื่อนไหวปากกาได้อย่างอิสระ 3 มิติ เซนเซอร์ของสไปรัลจะสามารถจับการเคลื่อนไหวนั้นได้แม้ว่าตัวปากกาไม่สัมผัสกับหน้าจอแอลซีดีก็ตาม
       
       ทั้งสองเทคโนโลยี ClearPad และ Spiral ช่วยให้การทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพามีความสะดวกสบายมากขึ้น และยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าอีกด้วย จากการเปิดเผยของซินแนปติกส์ระบุว่า ปัจจุบันมีการใช้งานตัวสไปรัลในของเล่นเด็กแล้วเช่นกัน ส่วนอินเทอร์เฟส ClearPad และ Spiral นี้คาดว่าจะได้ฤกษ์ลงจอในปี 2007 นี้
       
       Company Related Links :
       Synaptics

Credit: Manager Online

กทช.ให้ทีโอทีนำร่อง WI-MAX

August 22, 2006

ทีโอที นำร่อง ไวแมกซ์  ให้กทช. พร้อมเก็บข้อมูลรายงานประสิทธิภาพผ่านโครงการศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท ร่วมกับ ม.แม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียงราย จัดงบให้ 60 ล้านบาทจากข้อตกลงยูเอสโอ หวังต่อยอดบริการในอนาคต

       
       พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)  กล่าวว่า กทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และบริษัท ทีโอที ได้ตกลงร่วมกันเพื่อจัดทำโครงการศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท ขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนและเด็กนักเรียน ผ่านบริการโทรคมนาคมในพื้นที่ชนบท ด้วย เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ ไวแมกซ์ (WiMax)
       
       โครงการนี้เป็นหนึ่งในภารกิจตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ในด้านการส่งเสริมพัฒนาการศึกษาด้วยบริการโทรคมนาคมตามแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการสังคม (ยูเอสโอ) ของ ทีโอที ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการจัดให้บริการยูเอสโอ โดย ทีโอที จะรับผิดชอบสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ ตามที่ได้รับอนุมัติจาก กทช.
       
       
นายจำรัส ตันตรีสุคนธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ทีโอที กล่าวว่า ไวแมกซ์  จะเป็นเทคโนโลยีหลักในการนำมาให้บริการ โดย ทีโอที ใช้คลื่นความถี่ 2.4 GHz ซึ่งเป็นความถี่ที่ได้รับจัดสรรตามไลเซนส์ที่ได้รับมา  โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการนำร่องไวแมกซ์ แห่งแรกของไทย  ก่อนที่ ทีโอที จะนำมาให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต  ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้เป็นจำนวน 60 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนโครงข่าย และ อุปกรณ์เครือข่าย คอมพิวเตอร์ จำนวน 240 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ
       
       “เป็นพันธกรณีตามข้อตกลงกับ กทช. ในด้านยูเอสโอ  โดย ทีโอที จะทำบริการนี้ให้เต็มรูปแบบเพื่อให้รู้ถึงประสิทธิภาพการนำไวแมกซ์มาประยุกต์ใช้ ก่อนจะนำผลรายงานทดสอบเสนอยัง กทช.”
       
       ด้านนายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ขณะนี้ได้คัดเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 23 แห่งเข้าร่วมนำร่อง  โดยจะเรียนในรูปแบบทางไกลด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในหมวดวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ผ่านไวแมกซ์ ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเป็นศูนย์กลางข้อมูลเครือข่าย พร้อมจัดทำหลักสูตร โดยโครงการนี้จะใช้เวลา 3 ปี (2549-2551) ซึ่งธันวาคมนี้จะสามารถเริ่มโครงการได้
       
       สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมจะอยู่ในรัศมีห่างจากมหาวิทยาลัยฯไม่เกิน 30 กิโลเมตร โดยจะมีทั้งกลุ่มขาดแคลน กลุ่มพัฒนาแล้ว เพื่อให้มาเทียบเคียงในแง่ความสำเร็จ  ก่อนที่จะนำผลมาชี้วัดก่อนที่จะจัดทำโครงการนี้ต่อขยายไปใช้ในระยะยาว  ในการเข้าร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ด้วยการส่งเสริมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา การพัฒนาบุคคลากรครู ประชาชนในท้องถิ่น จากการที่ได้นำเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่มาประยุกต์ใช้
       
       นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ หนึ่งใน กทช. กล่าวว่า ปลายปีนี้คาดว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตไวแมกซ์รวมถึง 3G จะออกร่างประกาศได้  ซึ่ง กทช. ได้พยายามเร่งที่จะดำเนินการ โดยขณะนี้ คณะกฤษฎีกาได้ตีความให้ กทช. สามารถจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับโทรคมนาคมได้แล้ว โดยไม่ต้องรอการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการวิทยุและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)
       
       Company related Links :
       TOT

Credit: Manager Online

SanDisk เปิดตัวMP3แฟลชเมมโมรี่จุที่สุดในโลก

August 22, 2006

แซนดิสก์เปิดตัวเครื่องเล่นเพลง MP3 ชนิดแฟลชเมมโมรี่ความจุสูงที่สุดในโลก ขึ้นแท่นแชมป์ด้วยสถิติ 8GB ไม่หนำใจยังเตรียมช่องสำหรับเสียบไมโครเอสดีเพื่อเพิ่มความจุอีก 1GB รวมเป็น 9GB ตั้งราคาไล่เลี่ยกับไอพ็อดนาโนของแอปเปิล จนทำให้ดูเหมือนว่านี่คือการแจ้งเกิดเพชรฆาตไอพ็อดนาโนที่น่ากลัวในตลาด

       
       เครื่องเล่น MP3 ชนิดแฟลชเมมโมรี่ความจุสูงที่สุดในโลกของแซนดิสก์คอร์ปอเรชัน (SanDisk Corporation) นี้มีชื่อว่า Sansa e280 เวอร์ชันใหม่ในสายพันธุ์ Sansa e200 มาพร้อมหน่วยความจำชนิดแฟลชความจุ 8GB สามารถเก็บรายการเพลง MP3 ได้มาก 2,500 เพลง
       
       สำหรับรายละเอียดการวางจำหน่าย กำหนดการวางตลาดของ Sansa e280 ในสหรัฐฯอยู่ที่วันที่ 8 กันยายน ก่อนจะวางจำหน่ายในตลาดโลกภายในเดือนเดียวกัน สนนราคาจำหน่ายเครื่องละ 249.99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9,370 บาท) ราคาใกล้เคียงกับไอพ็อดนาโน (iPod Nano) เครื่องเล่น MP3 แฟลชเมมโมรี่รุ่นล่าสุดของแอปเปิลที่มีความจุสูงสุดเพียง 4GB เท่านั้น
       
       จริงอยู่ที่สถิติความจุสูงที่สุดของผลิตภัณฑ์เครื่องเล่น MP3 แบรนด์ไอพ็อดของแอปเปิลขณะนี้อยู่ที่ 60GB เหนือกว่าแซนดิสก์ แต่เครื่องเล่นดังกล่าวเป็นเครื่องเล่น MP3 ชนิดหน่วยความจำเป็นฮารด์ไดร์ฟ ซึ่งความจุสูงสุดในสินค้ากลุ่มเครื่องเล่น MP3 ที่ใช้หน่วยความจำเป็นแฟลชเมมโมรี่การ์ดของแอปเปิล ทั้งไอพ็อดชัฟเฟิล (iPod Shuffle) และไอพ็อดนาโนอยู่ที่ 4GB หรือเทียบเท่ากับเพลง MP3 1,000 เพลง
       
       หน่วยความจำชนิดแฟลชเมมโมรี่เป็นหน่วยความจำที่มีจุดเด่นในเรื่องขนาดที่เล็ก บาง และน้ำหนักเบา นิยมใช้ในเครื่องเล่นเพลง MP3 กล้องดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือที่ต้องการความบางเบาซึ่งหาไม่ได้ในหน่วยความจำชนิดฮาร์ดไดร์ฟ ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่และหนักกว่า
       
       ไอพ็อดความจุ 60GB มีราคาจำหน่าย 399 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 15,000 บาท
       
       เห็นได้ชัดว่าแซนดิสก์กำลังเน้นกลยุทธ์สงครามราคาอย่างหนัก ล่าสุดในการเปิดตัว e280 แซนดิสก์ประกาศว่าจะมีการปรับลดราคาเครื่องเล่นเพลง MP3 แบบแฟลชเมมโมรี่ที่ถูกเปิดตัวไปเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านลงราว 40 ถึง 60 เหรียญสหรัฐด้วย โดยราคาใหม่ของ Sansa e250 ความจุ 2GB อยู่ที่ 139.99 เหรียญ รุ่น e260 ความจุ 4GB ราคา 179.99 เหรียญ และ e270 ความจุ 6GB ราคา 219.99 เหรียญ
       
       แซนดิสก์กล่าวถึงกลยุทธ์สงครามราคาที่เกิดขึ้นว่า เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อเครื่องเล่นเพลงที่มีคุณภาพสูงความจุมากในราคาที่ดีที่สุด
       
       "ส่วนประกอบของเครื่องเล่น MP3 ที่มีราคาต้นทุนสูงที่สุดคือแฟลชเมมโมรี่ แซนดิสก์สามารถผลิตแฟลชเมมโมรี่ได้เอง ทำให้สามารถลดต้นทุนได้มากเพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อกับพ่อค้าคนกลาง เราจึงนำจุดดีในข้อนี้ส่งตรงให้กับผู้บริโภค"
อิริค โบน (Eric Bone) ประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์เสียงและวีดีโอของแซนดิสก์กล่าว
       
       e280 นั้นมาพร้อมช่องสำหรับเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบไมโครเอสดี (MicroSD) ที่นิยมใช้ในโทรศัพท์มือถือหรือในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดด้วย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำเพลงที่เก็บอยู่ในการ์ดมาเล่นบนเครื่องเล่นเพลงได้ทันที ซึ่งทำให้ e280 สามารถมีความจุเพิ่มขึ้นอีก
       
       สำหรับส่วนแบ่งตลาดของแซนดิสก์ในตลาดเครื่องเล่น MP3 ในขณะนี้อยู่ที่ 9.7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อันดับหนึ่งในตลาดยังคงเป็นแอปเปิลที่สามารถทำได้ 75.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนครีเอทีฟ (Creative) สามารถทำได้ 4.3 เปอร์เซ็นต์ และซัมซุง (Samsung) 2.5 เปอร์เซ็นต์
       
       Company Related Links :
       SanDisk
       Apple

Credit: Manager Online
2006年8月

AMD ส่งชิปดูอัลคอร์ "Rev F" กินไฟต่ำหวังชิงแชร์ Intel

August 16, 2006

เอเอ็มดีเปิดตัวชิปออปเทอรอนเจเนอเรชันล่าสุด "Rev F" เน้นเจาะกลุ่มองค์กรที่ต้องการชิปเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ กินพลังงานต่ำ ทำงานเก่ง หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายบริษัทที่ต้องการลดการใช้พลังงานในศูนย์ข้อมูล ชี้ชิปดังกล่าวรองรับการทำงานแบบ Virtualization ได้ด้วย คาดลงตลาดไตรมาส 3 ของปีนี้แน่นอน

       
       โดยในโปรเซสเซอร์ Rev F จะเปลี่ยนเป็นแบบดูอัลคอร์ ผลิตโดยใช้กระบวนการผลิตแบบ 90 นาโนเมตร โรงงานเดียวกันกับที่ใช้ผลิตชิปออปเทอรอนในปัจจุบัน ก่อนที่จะย้ายไปสู่กระบวนการผลิตแบบ 65 นาโนเมตรในอีกไม่ช้านี้ (ภายในปี 2006) ขณะที่คู่แข่งอย่างอินเทลนั้นขยับไปใช้กระบวนการผลิตแบบ 65 นาโนเมตรตั้งแต่ปี 2005 แล้ว
       
       "ความสามารถด้านการประหยัดพลังงานเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่เอเอ็มดีให้ความสำคัญ เนื่องจากเราทราบมาว่าค่าไฟฟ้าของศูนย์เก็บข้อมูลในปัจจุบันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ของเราที่เน้นการประหยัดพลังงาน และให้ความร้อนต่ำ ช่วยลดการสิ้นเปลืองในจุดนี้ลงไปได้มาก" John Fruehe ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเอเอ็มดี ซึ่งดูแลในส่วนของเซิร์ฟเวอร์กล่าว
       
       เอเอ็มดียังได้อ้างถึงเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันของชิปใหม่ สามารถช่วยในการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ความต้องการขององค์กรในการเรื่องของจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องใช้ประมวลผลข้อมูลลดลง และเนื่องจากสถาปัตยกรรมพื้นฐานยังเหมือนกับชิปออปเทอรอนเดิม ทำให้ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันสามารถทำงานได้บนเซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงใหม่แต่อย่างใด
       
       สำหรับชิปออปเทอรอนแบบ Quad-core นั้น ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2007 ที่จะถึงนี้
       
       Company Related Links :
       AMD

Credit: Manager Online

Hitachi เชื่อไดรว์ 1 เทราไบต์ลงตลาดปีนี้

August 16, 2006

คอพีซีได้เฮต้อนรับสมาชิกใหม่ในตระกูลคอมพิวเตอร์พีซีและโฮมเซิร์ฟเวอร์กับ ฮาร์ดดิสก์ความจุ "1 เทราไบต์" หรือเท่ากับ 1,000 กิกะไบต์ภายในปี 2006 นี้อย่างแน่นอน

       
       กระแสร่ำลือดังกล่าวหลุดรอดมาจากนายบิล ฮีลลี (Bill Healy) รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดและแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยี โดยเขาเปิดเผยว่า อาร์ดดิสก์ดังกล่าวอาจจะได้ฤกษ์ลงตลาดคอนซูเมอร์ในอนาคตอันใกล้นี้ ภายในปี 2006 โดยจะมีขนาดไดรฟ์ 3.5 นิ้ว
       
       สำหรับตลาดฮาร์ดไดรฟ์ในปัจจุบัน ฮิตาชิและซีเกทซึ่งเป็นสองค่ายผู้ผลิตที่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักต่างส่งฮาร์ดไดรฟ์ออกสู่ท้องตลาดแล้วมากมายหลายรุ่น โดยล่าสุดฮิตาชิได้จำหน่ายฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 500 กิกะไบต์แก่ผู้ผลิตพีซี ขณะที่ซีเกทได้ส่งไดรฟ์ความจุ 500 และ 750 กิกะไบต์ออกมาด้วยเช่นกัน แต่การพัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ความจุ 1 เทราไบต์สำหรับตลาดคอนซูเมอร์นั้นยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากยังมีผู้บริโภคน้อยรายที่ต้องการเนื้อที่ดิสก์ความจุสูงขนาดนั้นในการใช้งานส่วนบุคคล
       
       ตลาดที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตจึงมุ่งไปสู่ธุรกิจภาพและเสียง เช่นการถ่ายทำวิดีโอส่วนบุคคลด้วยกล้องความละเอียดสูง ซึ่งทางฮิตาชิได้มีความร่วมมือกับธุรกิจทีวีในญี่ปุ่นบางรายด้วยเช่นกัน
       
       และในวันที่ 13 กันยายนนี้จะเป็นวันคล้ายวันครบรอบวันเกิดของฮาร์ดไดรฟ์ด้วยอายุ 50 ปีบริบูรณ์ ซึ่งระยะเวลาครึ่งศตวรรษของอุปกรณ์เก็บข้อมูลชิ้นนี้ได้ผ่านช่วงที่ต้องล้มลุกคลุกคลาน และมีขนาดอ้วนตุ๊ต๊ะมานานนับสิบปี จวบจนปัจจุบัน เราสามารถถือฮาร์ดไดรฟ์ความจุสูงขนาด 1 นิ้วที่เก็บข้อมูลได้นับสิบกิกะไบต์ได้อย่างสบาย ๆ
       
       
"ผมเชื่อว่าในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า เราจะสามารถบีบอัดเนื้อที่ดิสก์ 1 เทราไบต์ลงในไดรฟ์ขนาด 1 นิ้วได้ด้วยเช่น" ฮีลลีกล่าวปิดท้าย
       
       เรียบเรียงจากซีเน็ตนิวส์
       
       Company Related Links :
       Hitachi Global Storage Technologies


Credit: Manager Online
2006年8月

ฝรั่งเศสผุดกระต่ายไฮเทค อ่าน Email-SMS บน WIFI

August 12, 2006

ไวโอเล็ต (Violet) บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติฝรั่งเศสโชว์ตัวผลงานชิ้นล่าสุดนามว่า "Nabaztag" เป็นตุ๊กตากระต่ายทำจากพลาสติกที่มีเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายไว-ไฟ (Wi-Fi) ในตัว ความพิเศษคือความสามารถในการอ่านอีเมลบนอินเทอร์เน็ตและข้อความในโทรศัพท์มือถือ

       
       Rafi Haladjian ประธานบริษัทไวโอเล็ต (Violet) ระบุว่านอกจากความสามารถในการอ่านอีเมลและข้อความในโทรศัพท์มือถือแล้ว กระต่ายที่มีหูรูปร่างคล้ายเสาสัญญาณทีวีตัวนี้ยังสามารถส่งเสียงเรียกให้เด็กๆไปเข้านอน รวมถึงการอัปเดทข้อมูลจราจรโดยรับข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สายไว-ไฟ
       
       ชื่อ Nabaztag เป็นชื่อเรียกกระต่ายของชาวอาร์มีเนีย โดย Nabaztag มีความสูง 23 เซนติเมตร (9 นิ้ว) ลำตัวทรงกรวยจะเรืองแสงเมื่อส่งเสียงพูด โดยหูของกระต่ายไฮเทคนี้สามารถกระดิกไปมาขณะร้องเพลงได้ด้วย มีแหล่งผลิตอยู่ที่เซินเจิ่น ประเทศจีน
       
       Nabaztag วางจำหน่ายแล้วที่ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม สวิสเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาในราคาราว 150 เหรียญสหรัฐฯ ยอดจำหน่ายขณะนี้นับตั้งแต่การเปิดตัวในปลายปีที่แล้วคือ 5 หมื่นตัว คาดว่าจะสามารถแตะระดับ 1.5 แสนตัวได้ภายในปีนี้
       
       สำหรับตลาดหลักที่คาดว่าจะเทคะแนนความนิยมให้กับ Nabaztag อย่างถล่มทลายคือสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลให้ของขวัญช่วงปลายปี แถมยังตั้งเป้าว่ากระต่ายไฮเทคนี้จะสามารถทำยอดจำหน่ายทะลุหลัก 4 แสนเครื่องได้ในปี 2007 และ 2 ล้านเครื่องในปลายปี 2008
       
       Company Related Links :
       Violet

Credit: Manager Online