| 個人檔案モーバイル ユナイテッド相片部落格清單 | 說明 |
|
|
2006年9月 Nokia N80 Internet Edition เขย่าตลาด PDASeptember 1, 2006 โนเกียเปิดตัว N80 Internet Edition ดึงจุดเด่นด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตมาโปรโมทร่วมกับฟังก์ชันด้านมัลติมีเดียที่ N80 เดิมมี วางกำหนดการจำหน่ายจริงไว้ที่กลางเดือนกันยายนนี้ จุดเด่นด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตใน N80 Internet Edition ที่โนเกียดึงขึ้นมาเป็นจุดขายร่วมกับหลากหลายฟังก์ชันที่มีใน N80 เดิมคือการเป็นโทรศัพท์ VoIP (voice over Internet Protocol) ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดปัจจุบัน N80 Internet Edition สามารถเป็นทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ธรรมดาและโทรศัพท์ VoIP โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ให้บริการ VoIP ของค่ายใดก็ได้ไม่จำกัด สามารถรับ-ส่งอีเมลและข้อความอักษรได้ สามารถรับส่งไฟล์มัลติมีเดียหลากหลายผ่านเครือข่ายไว-ไฟ และสามารถบันทึกและส่งข้อความเสียงได้โดยสะดวก ความสามารถมากมายเหล่านี้ทำให้ผู้บริหารโนเกียเรียก N80 Internet Edition ว่ามัลติมีเดียคอมพิวเตอร์ "ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เว็บเพจนิ่งๆที่ให้ผู้บริโภคดูข้อมูลได้อย่างเดียว แต่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นชุมชนที่ผู้ใช้ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน ผมเชื่อว่ามัลติมีเดียคอมพิวเตอร์อย่าง Nokia N80 Internet Edition จะเป็นอุปกรณ์หลักที่ผู้บริโภคจะให้ความนิยมในการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์พีซี" ราล์ฟ อิริค คันซ์ (Ralph Eric Kunz) รองประธานธุรกิจมัลติมีเดียของโนเกีย กล่าว N80 Internet Edition มาพร้อมฟังก์ชัน Yahoo Search และ Yahoo Go มีแอปพลิเคชันสำหรับจัดการข้อความเสียง บัญชีรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ในเครื่อง อีเมล และรูปภาพโดยเฉพาะ โดยฟังก์ชัน Yahoo Go จะทำให้ผู้ใช้ N80 Internet Edition อัปโหลดภาพขึ้นไปติดบนเว็บไซต์ Flickr ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไฟล์แชร์ริ่งของยาฮูได้เลย N80 Internet Edition ยังคงมีหลากหลายฟังก์ชันที่มีใน N80 เดิมได้แก่ การรองรับเครือข่ายไว-ไฟ (Wi-Fi) กล้องดิจิตอลคุณภาพสูงความละเอียด 3 ล้านพิกเซลที่สามารถสั่งพิมพ์ได้ทันทีเพียงนำไปต่อกับเครื่องพิมพ์ และการรองรับบริการ Amazon MobiPocket บริการหนังสือออนไลน์จากอเมซอนดอทคอม และบริการ Mini Map แผนที่อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการแนะนำเส้นทางที่ต้องการ ม สำหรับราคาจำหน่ายของ N80 Internet Edition ยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้ โดยโนเกียระบุเพียงว่าจะวางตลาดในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้แน่นอน Company Related Links : Nokia Credit: Manager Online Samsung เปิดตัวมือถือ 4G ครั้งแรกในโลกAugust 31, 2006 ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์ใหญ่ไอทีแห่งเกาหลีใต้โชว์ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 4 หรือ 4G ครั้งแรกของโลก นำรถบัสเป็นเครื่องมือสาธิตประสิทธิภาพการทำงานของเทคโนโลยี 4G ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก วางเป้าหมายให้เป็นตัวกระตุ้นยอดขายโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มขึ้นในอนาคต ซัมซุงเผยว่า เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่เทคโนโลยี 4G นี้เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดจากแพลตฟอร์มการสื่อสารไร้สายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพลงไฟล์ MP3 จำนวน 100 เพลงในเวลาน้อยกว่า 3 วินาทีเท่านั้น แม้ว่าผู้ใช้กำลังใช้งานฟีเจอร์อื่นอยู่ด้วยก็ตาม ซัมซุงดัดแปลงรถบัสให้เป็นสถานที่สาธิตการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ โดยตะลอนโชว์ไปทั่วพื้นที่ทางตอนใต้ของเกาะ Jeju ด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี 4G สามารถถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงได้แม้จะอยู่ระหว่างการเดินทางก็ตาม เทคโนโลยี 4G เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายในอนาคตที่ให้การความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้มากสุดถึง 1Gbps ตามข้อมูลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (The International Telecommunication Union) และหากเทียบประสิทธิภาพกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแล้ว เทคโนโลยี 4G จะใช้เวลาในการรับ-ส่งข้อมูลและคอนเทนต์อื่นๆ ได้เร็วกว่า อีกทั้งแทบจะไม่มีปัญหาเรื่องรอยต่อและจุดอับของสัญญาณมาเป็นอุปสรรค และด้วยเทคโนโลยีนี้ จะทำให้ผู้ใช้สามารถรับชมรายการทีวีคุณภาพความละเอียดสูงผ่านโทรศัพท์มือถือได้หลากหลายช่องด้วย "แม้การขับรถไปโรดโชว์สาธิตการใช้งานเทคโนโลยี 4G ไปยังพื้นที่ต่างๆ จะเป็นความสำเร็จที่เกินคาด แต่ซัมซุงเองก็หวังจะให้เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกิดมาตรฐานของเทคโนโลยี 4G ที่ดียิ่งขึ้นต่อไป อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำปนิธานของซัมซุงในการเริ่มต้นเข้าสู่ยุค 4G ด้วย" Lee Ki-Tae ประธานธุรกิจเครือข่ายการสื่อสาร ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ กล่าว ทั้งนี้ซัมซุงมีแผนจะนำโทรศัพท์เทคโนโลยี 4G ลงตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2010 หากว่าเทคโนโลยี 4G มีความพร้อมในการทำตลาดเชิงพาณิชย์ได้ทันภายในปีหน้า โดยเจ้าหน้าที่จากซัมซุงเผยว่า เทคโนโลยี 4G จะเป็นกลไกตัวใหม่ที่จะเพิ่มความนิยมในตลาดสื่อสาร รวมถึงการเพิ่มยอดขายโทรศัพท์มือถือของเกาหลีใต้ได้อย่างแน่นอน และแม้ว่ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือล่าสุดในปีนี้ของซัมซุงจะทะลุเป้าไปแล้ว แต่ซัมซุงก็เชื่อว่าเม็ดเงินจากยอดขายโทรศัพท์ในตลาดโลกน่าจะมีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้นกว่านี้อีก "ซัมซุงตั้งเป้าไว้ว่าจะมียอดขายในปีนี้ 900 ล้านเครื่อง แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าจะมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 910 ล้านเครื่องก็ตาม แต่ตอนนี้ยอดขายได้ทะลุไป 950 ล้านเครื่องแล้ว จึงเชื่อว่ายอดขายในตลาดโลกน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน" Lee Ki-tae ให้ความเห็นเพิ่มเติม Company Related Link: Samsung Credit: Manager Online 2006年8月 Nokia ชี้องค์กรธุรกิจยุคใหม่พร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นองค์กรไร้สาย ประเทศไทยมีความพร้อมมากที่สุดในเอเชียใต้Thailand, August 24, 2006
โนเกีย เผยผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรในเมืองใหญ่ 6 เมืองทั่วเอเชียที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นองค์กร ไร้สาย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 9 ประการ ตั้งแต่การใช้แอพพลิเคชั่นไร้สาย ไปจนถึงนโยบายขององค์กรและโครงสร้างด้านไอที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในดัชนีความพร้อมในการเป็นองค์กรไร้สายซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ระดับความก้าวหน้าในการเป็นองค์กรไร้สายในแต่ละเมืองที่มีการวิจัย ผลของการวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจในกรุงเทพฯ และสิงคโปร์ มีความพร้อมสูงสุดในการเป็นองค์กรไร้สาย ส่วนองค์กรในบังกาลอร์ กัวลาลัมเปอร์ มุมไบ และนิวเดลี มีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่โลกไร้สายค่อนข้างมาก การวิจัยในครั้งนี้จัดทำโดยบริษัท แซฟฟรอนฮิลล์ ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยอิสระ
โดยได้สอบถามผู้บริหาร 300 รายใน 6 เมืองใหญ่ได้แก่ บังกาลอร์ กรุงเทพฯ
มร. บ็อบ แมคดูกอล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัท
ประเทศไทย มีความพร้อมอันดับหนึ่งในเอเชียใต้
มร. แมคดูกอลกล่าวเสริมว่า “องค์กรในประเทศไทยมีความพร้อมที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดจากความคล่องตัวในการเป็นองค์กรไร้สาย สิ่งสำคัญในการสร้างความคล่องตัวให้แก่องค์กร คือ การเชื่อมต่อระหว่างคนทำงานกับกระบวนการทำงานและเทคโนโลยี นอกจากการมีอุปกรณ์สื่อสารไร้สายแล้ว องค์กรธุรกิจยังจำเป็นต้องพิจารณาการบริหารการเปลี่ยนแปลงด้วย โดยต้องกำหนดนโยบายที่เหมาะสม การจัดการให้มีทรัพยากรและการสนับสนุนที่เพียงพอ เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากความคล่องตัวและการเป็นองค์กรไร้สาย” นอกจากนี้
ผลการวิจัยยังรวมถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความพร้อมในการก้าวสู่โลก
ดัชนีความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นองค์กรไร้สาย ปัจจัย 9 ประการในดัชนีความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นองค์กรไร้สายนั้น จะช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมได้ว่าตนเองมีความพร้อมแค่ไหนที่จะใช้ หรือสร้างบรรยากาศ หรือมีเครือข่ายและอุปกรณ์พื้นฐาน ตลอดจนนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปัจจัยทั้ง 9 ประการชี้ให้เห็นว่าองค์กรแต่ละแห่งได้อนุญาต หรือเปิดโอกาสให้มีการใช้ หรือมีการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อยู่แล้วหรือไม่ ดังนี้
ข้อมูลเกี่ยวกับโนเกีย โนเกีย เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สายของโลก
ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา อย่างยั่งยืน ของธุรกิจ
ด้านการสื่อสาร
โนเกียมุ่งมั่นที่ช่วยให้ผู้คนสื่อสารกันและเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ใช้งานง่าย และสร้างสรรค์มากมาย อาทิ
โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ไร้สาย และ Credit: Nokia Thailand เปิดตัวโนเกีย E50 อุปกรณ์สื่อสารไร้สายขนาดเล็กสุดในกลุ่ม Eseries เจาะกลุ่มนักธุรกิจยุคใหม่Thailand, August 24, 2006
สร้างประสบการณ์เหนือระดับกับการสื่อสารด้วยเสียงในรูปแบบใหม่และ โนเกีย เปิดตัวโนเกีย E50
อุปกรณ์สื่อสารไร้สายสำหรับนักธุรกิจรุ่นล่าสุดในกลุ่ม Eseries
ซึ่งโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นการสื่อสารด้วยเสียง การใช้งานอีเมล์ไร้สาย
โนเกีย E50 มีดีไซน์คลาสสิก ขนาดกะทัดรัด เพรียวบาง และมีสไตล์
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงเครื่องเดียวที่สามารถใช้งานได้ทั้งสำหรับติดต่อธุรกิจและส่วนตัว
โนเกีย E50 มีแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่ติดตั้งมาแล้วในเครื่อง
โนเกีย E50 พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม S60 3rd edition และระบบปฏิบัติการ มร. บ็อบ แมคดูกอล กรรมการผู้จัดการ
ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัท เพิ่มประสิทธิภาพพนักงานในองค์กรไร้สาย
ลดต้นทุนได้อย่างเห็นผล ในโนเกีย E50 ยังได้มีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานได้ เช่น Nokia Team Suite ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชั่น Nokia Office Tools ช่วยให้ทำการประชุมทางไกล หรือใช้งานแบบ push-to-talk กับพนักงานในกลุ่มที่กำหนดไว้ได้ง่ายและรวดเร็ว พร้อมเพิ่มความสะดวกด้วยลำโพงในตัว โนเกีย E50 มีปุ่มค้นหาที่ช่วยให้หาข้อมูลที่สำคัญได้อย่างรวดเร็ว เช่น รายชื่อผู้ที่ต้องการติดต่อ อีเมล์ และข้อความ นอกจากนี้ยังสามารถเรียกดูไฟล์แนบบนอีเมล์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร พรีเซ็นเทชั่น หรือสเปรดชีทได้อย่างสะดวกด้วยโปรแกรม Quickoffice บริหารง่ายเพิ่มความคล่องตัวให้องค์กร
ผู้ที่สนใจสามารถเรียกดูคุณสมบัติการใช้งานของ E50 โดยละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.nokia.com/business โนเกีย เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สายของโลก
ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา อย่างยั่งยืน ของธุรกิจ
ด้านการสื่อสาร
โนเกียมุ่งมั่นที่ช่วยให้ผู้คนสื่อสารกันและเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ใช้งานง่าย และสร้างสรรค์มากมาย อาทิ
โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ไร้สาย และ * ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการระบบ Credit: Nokia Thailand 2006年8月 Nokia รุก Mobile Music เตรียมผุดบริการเพลงของตัวเองปีหน้าAugust 10, 2006 โนเกียขึ้นแท่นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ฟังเพลงดิจิตอลอันดับหนึ่งของวงการไอทีและสื่อสาร แซงหน้า "ไอพ็อด" จากแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ไม่เห็นฝุ่น พร้อมเข็นโปรเจ็คควบรวมกิจการกับ Loudeye ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายเพลงออนไลน์สัญชาติสหรัฐอเมริกามูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ แจ้งเกิดบริการขายเพลงดิจิตอลผ่านทางโทรศัพท์มือถือปี 2007 แน่นอน จากความสำเร็จของยักษ์ใหญ่วงการโทรศัพท์มือถือ "โนเกีย" ซึ่งทำสถิติยอดขายโทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมฟีเจอร์การฟังเพลงดิจิตอลสนั่นวงการด้วยยอดขายทะลุ 15 ล้านเครื่องในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ขณะที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเพลงดิจิตอลอย่างไอพ็อดนั้นมียอดขายเพียง 8.1 ล้านเครื่องเท่านั้น ทำให้โนเกียเตรียมผุดโปรเจ็คใหม่รับปี 2007 ด้วยการควบรวมกิจการกับ Loudeye ผู้จัดจำหน่ายเพลงดิจิตอลด้วยเม็ดเงิน 60 ล้านเหรียญสหรัฐ หวังช่วยเพิ่มศักยภาพ-ส่วนแบ่งขององค์กรในตลาดเพลงดิจิตอลบนโทรศัพท์มือถือในอนาคต "เมื่อควบรวมกิจการของ Loudeye แล้วโนเกียจะสามารถให้บริการด้านเพลงแก่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของตัวเครื่องลูกข่าย แอปพลิเคชันที่ใช้ หรือการสั่งซื้อเพลงผ่านระบบเครือข่าย" ผู้บริหารของโนเกียกล่าว เบน วูด นักวิเคราะห์จากคอลลินส์ คอนซัลติ้งกล่าวว่า การควบกิจการกับบริษัทผู้ให้บริการด้านเพลงดิจิตอลครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของโนเกียที่ต้องการยึดตลาดเพลงดิจิตอลเป็นจุดแข็งขององค์กรสำหรับต่อกรกับคู่แข่งรายอื่น ๆ เช่น วอล์กแมนโฟนของโซนี่อิริกสัน นอกจากนั้น ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งในวงการโทรศัพท์มือถือมีแผนจะเปิดให้บริการดาวน์โหลดเพลงภายใต้แบรนด์โนเกียในปี 2007 นี้ด้วย สำหรับ Loudeye เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มเพลงดิจิตอล และการจัดจำหน่ายเพลงดิจิตอลแก่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ไม่ต้องการลงทุนด้านเอนจินระบบเอง ยกตัวอย่างเช่น โคคาโคลา, MSN จากไมโครซอฟท์ เป็นต้น ไมเคิล โบรชู ประธานบริษัท Loudeye กล่าวถึงการควบรวมครั้งนี้ว่า เป็นการควบรวมเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ด้านโมบายล์มิวสิคให้กับลูกค้าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือของโนเกีย การเจรจาควบรวมกิจการกับ Loudeye นี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 นี้ โดยโนเกียจะชำระค่าหุ้นแก่ Loudeye มูลค่าหุ้นละ 4.50 เหรียญสหรัฐ เรียบเรียงจากเอพีนิวส์ Company Related Links : Nokia Loudeye apple Microsoft SonyEricsson Credit: Manager Online 2006年8月 Samsung ทดสอบแอปพลิเคชันก่อนลุยตลาดมือถือสมาร์ทโฟนAugust 9, 2006 ซัมซุงเล็งรุกตลาดสมาร์ทโฟน เผยอยู่ระหว่างการทดสอบแอปพลิเคชัน พร้อมส่งเครื่องลูกข่าย “อัลตร้า เอดิชั่น” ลงตลาด 3 รุ่น เน้นตลาดพรีเมียม หวังดันแชร์เพิ่มอีก 2-3% ยันยังไม่ปรับโมเดลธุรกิจ แต่ยังสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย นายวรุตม์ สถิตธนาสาร ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซุมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายมือถือ “ซัมซุง” กล่าวถึงกรณีที่แชมป์ตลาดมือถืออย่างโนเกียที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในส่วนของซัมซุงมีแนวทางอย่างไรว่า นโยบายการทำตลาดของซัมซุงยังเน้นเรื่องเซกเมนเตชัน และการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้น และเร็วๆ นี้ ซัมซุงมีแผนจะนำเครื่องลูกข่ายที่เป็นสมาร์ทโฟนออกสู่ตลาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบแอปพลิเคชันใหม่ๆ เช่น เรื่องของอีเมล เป็นต้น ส่วนระบบปฏิบัติการหรือโอเอสจะเป็นวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ปัจจุบันซัมซุงมีผลิตภัณฑ์มือถืออยู่ในตลาดประเทศไทย 20 รุ่น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าในตลาดพรีเมียมกับไฮเอนด์ ที่เป็นโลว์เอนด์มีประมาณ 15% เป็นระบบซีดีเอ็มเอ 2 รุ่น ล่าสุดซัมซุงได้นำเครื่องลูกข่าย “อัลตร้า เอดิชั่น” ออกสู่ตลาด 3 รุ่น ประกอบด้วย อัลตร้า เอดิชั่น 6.9 (X820) มือถือแบบบาร์หนาเพียง 6.9 มม. อัลตร้า เอดิชั่น 12.9 (D900) แบบสไลด์ อัป หน้า 12.9 มม. ที่มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 3.13 ล้านพิกเซล อัลตร้า เอดิชั่น 9.9 (D830) แบบฝาพัล หนา 9.9 มม. เครื่องลูกข่ายที่นำออกสู่ตลาดครั้งนี้ ผู้บริการซัมซุงยืนยันว่าเป็นเครื่องที่บางที่สุดในโลก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ใช้ระดับกลางถึงบน “การทำตลาดเราจะเน้นไปที่ไฮเอนด์กับพรีเมียม เพราะมีจุดแข็งในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีโรงงานผลิตเอง สามารถสร้างความแตกต่างด้านฟิเจอร์ให้กับสินค้าได้ในราคาที่เท่ากัน” จากการเปิดตัวเครื่องลูกข่ายใหม่นี้ ผู้บริหารซัมซุงเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อีก 2-3% จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10 กว่า% ส่วนตลาดรวมรอบปีนี้คาดว่าจะมีเครื่องลูกข่ายรุ่นใหม่ประมาณ 7 ล้านเครื่องคิดเป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท หรือโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 6% นายวรุฒม์กล่าวถึงการแข่งขันในตลาดพรีเมียมว่า หลักๆ มี 2 เรื่องคือ 1.การออกแบบดีไซน์ 2.ฟังก์ชันการใช้งาน อย่างของซัมซุงจะเน้นเรื่องของเวิร์กฮาร์ด เพลย์ฮาร์ด ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์สวยเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ การนำเครื่องลูกข่ายรุ่นอัลตร้า เอดิชั่น ออกสู่ตลาดครั้งนี้ นายควัง คี ปาร์ค กรรมการผู้จัดการ ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ย้ำว่า เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในเชิงรุกระดับสากลุของซัมซุง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ซัมซุงก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดมือถือในไทย ขณะเดียวกันก็เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความทุ่มเทของซัมซุงในการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภค ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการตลาดสำหรับเครื่องลูกข่ายรุ่นอัลตร้า เอดิชั่น ซัมซุงจะใช้งบประมาณ 100 กว่าล้านบาท จากงบกลางที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี 600 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และการทำโรดโชว์และนำผลิตภัณฑ์สินค้าในย่านสำคัญๆ เช่น เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, สายามพารากอน, เดอะ มอลล์ บางกะปิ, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเมเจอร์รัชโยธิน ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ยังจะขายผ่านคู่ค้าอย่างดีพีซี, ไออีซี และบลิส-เทล โดยตั้งราคารุ่น X820 ไว้ที่ 12,900 บาท อีก 2 รุ่นที่จะวางตลาดในวันที่ 15 ส.ค.นี้คือ D900 ราคา 16,900 บาท และ D830 ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ราคา 14,900 บาท นอกจากการขายผ่านคู่ค้าแล้ว ขณะนี้ซุมซุงยังอยู่ระหว่างการทำแบรนด์ ชอปที่สยามพารากอน โดยจะมีเครื่องลูกข่ายของซัมซุงทุกรุ่น Company Related Links : Samsung Credit: Manager Online 2006年8月 Nokia ยึดเวที “ไอซีที เอ็กซ์โป” ประกาศกลยุทธ์จัดทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่Thailand, August 03, 2006
โนเกียผู้นำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้เวที “ไอซีที เอ็กซ์โป” ประกาศจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น 4 กลุ่มใหญ่ – Live, Connect, Achieve และ Explore สร้างความชัดเจนทางการตลาด และช่วยลูกค้าตัดสินใจเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการที่จะช่วยเติมสีสันและประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต พร้อมขนโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ล่าสุดครบไลน์ และเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์มาแสดงกันอย่างเต็มที่ มร. บ็อบ แมคดูกอล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด “จากข้อมูลนี้ เราจึงได้จัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่โดยแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มผู้บริโภค จากนี้เราจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติการใช้งานซึ่งแตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนเน้นแนวทางในการวางกลยุทธ์ การจัดกิจกรรมการตลาดที่ชัดเจน เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น” การจัดบูธโนเกียในงานไอซีทีเอ็กซ์โปในปีนี้ จัดขึ้นในแนวคิด “It’s Your World, Express It!” ซึ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร และกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบูธโนเกียเข้ามาสัมผัสกับเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น และทดลองใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โนเกียอย่างใกล้ชิด เพื่อค้นหาสิ่งที่เหมาะกับตนเองที่สุด พื้นที่ภายในบูธ จะแบ่งเป็น 4 โซนให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ในแต่ละโซน จะมีการนำเสนอและสาธิตเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่นและโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สะท้อนถึงกลุ่มผู้ใช้แต่ละกลุ่มอย่างเด่นชัด ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบูธของโนเกียจึงสามารถเลือกที่จะสัมผัสกับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่มตามความชอบความสนใจได้สะดวก ในโซน Live จะนำเสนอแอพพลิเคชั่นใหม่ เช่น Text to speech ในโนเกีย
5500
ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่อ่านข้อความที่ส่งเข้ามาให้ฟังได้เลยเพียงสัมผัสเบาๆ
รวมทั้งแอพพลิเคชั่นอื่นที่จะเติมสีสันให้กับชีวิต เช่น เพลงไร้สาย
ส่วนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่นำมาแสดงจะเน้นทั้งกลุ่มเครื่องที่มีดีไซน์โดดเด่นเช่น
ส่วนในโซน Achieve ที่เน้นกลุ่มองค์กรธุรกิจและนักธุรกิจ จะมีการสาธิต ในโซน Explore ซึ่งเจาะกลุ่มคนที่สนใจเทคโนโลยีและชื่นชอบดีไซน์ทันสมัย “การใช้เวทีไอซีที เอ็กซ์โปเป็นที่เปิดตัวการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ จะช่วยสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มผู้บริโภคและตลาดรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสรรโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” มร. แมคดูกอลกล่าว ข้อมูลเกี่ยวกับโนเกีย โซลูชั่นด้าน ภาพดิจิตอล เกม สื่อไร้สาย โซลูชั่น สำหรับองค์กรต่างๆ โนเกียเป็นผู้สร้างสรรค์ และนำเสนออุปกรณ์ โซลูชั่น และบริการให้แก่ ผู้ให้บริการระบบ และองค์กรชั้นนำ Credit: Nokia Thailand 2006年8月 Nokia พลิกแผนหมุนตามตลาดเปลี่ยน หลังวิจัยแบ่งผู้บริโภคออกเป็น 4 กลุ่มหลักAugust 3, 2006
โนเกียปรับยุทธศาสตร์ใหม่ทั่วโลก หลังศึกษาตลาดเชิงวิเคราะห์ ต้องหมุนตามกระแสตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โดยการรวบสินค้าให้เหลือเพียง 4 กลุ่มใหญ่ เชื่อง่ายกับการบริหารจัดการสินค้าที่จะเข้าถึงผู้บริโภคในแบบไลฟ์สไตล์ และเป็นไดนามิกที่ไม่หยุดนิ่ง
นายบ็อบ แมคดูกอล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า โนเกียได้ศึกษาพฤติกรรมและความชอบของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งพิจารณาจากพฤติกรรมในการใช้งานและปัจจัยในการเลือกซื้อมือถือพบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกจะพิจารณา 2 ปัจจัยหลักคือ คุณสมบัติการใช้งานและดีไซน์ แต่พอมีการศึกษาในลักษณะวิเคราะห์ลึกลงไป ทำให้เห็นความต้องการของผู้บริโภคอย่างชัดเจนมากขึ้น จากสิ่งที่โนเกียเห็นจึงได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจใหม่ทั่วโลกเมื่อเร็วๆ นี้ จากเดิมที่แบ่งตลาดเป็นแฟชัน โฟน, เอ็กซเพรสชัน โฟน, พรีเมียม, แอ็คทีฟ, มิวสิก โฟน, เกม, และคอนเนต์ โฟน เป็นการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย 1.กลุ่ม Live ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และรูปลักษณ์ 2.กลุ่ม Connect ซึ่งเป็นมืออาชีพรุ่นใหม่ที่ต้องการอุปกรณ์สื่อสารไร้สายเพื่อการติดต่อที่มีประสิทธิภาพ 3.กลุ่ม Achieve ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจ และนักธุรกิจที่ต้องการคุณสมบัติการใช้งานที่เหมาะสมและเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายเพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจและการบริหารชีวิตส่วนตัว และ 4.กลุ่ม Explore คือผู้ที่สนใจและชอบทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้ โนเกียเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติการใช้งานซึ่งแตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเน้นแนวทางในการวางกลยุทธ์ การจัดกิจกรรมการตลาดที่ชัดเจน เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น แต่เรื่องของโมเดลในแต่ละซีรี่ส์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง “ปัจจุบันโนเกียมีเครื่องลูกข่ายอยู่ในตลาดประเทศไทย 32 รุ่น การแบ่งกลุ่มใหม่จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการสินค้าได้ตรงตามไลฟ์สไตล์ และเข้าถึงยูสเซอร์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นไดนามิกที่ไม่หยุดนิ่ง เพราะตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วมาก” พร้อมกันนี้ โนเกียได้จัดบูธในงานไอซีทีเอ็กซ์โป ภายใต้แนวคิด “It’s Your World, Express It!” ที่เน้นการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร และกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบูธโนเกียเข้ามาสัมผัสกับเทคโนโลยี แอปพลิเคชัน และทดลองใช้มือถือโนเกียอย่างใกล้ชิด เพื่อค้นหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง พื้นที่ภายในบูธจะแบ่งเป็น 4 โซนให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ในแต่ละโซน จะมีการนำเสนอและสาธิตเทคโนโลยี แอปพลิเคชันและโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สะท้อนถึงกลุ่มผู้ใช้แต่ละกลุ่มอย่างเด่นชัด โซน Live จะนำเสนอแอปพลิเคชันใหม่ เช่น Text to speech ในโนเกีย 5500 ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่อ่านข้อความที่ส่งเข้ามาให้ฟังได้เลยเพียงสัมผัสเบาๆ รวมทั้งแอปพลิเคชันอื่นที่จะเติมสีสันให้กับชีวิต เช่น เพลงไร้สาย ส่วนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่นำมาแสดงจะเน้นทั้งกลุ่มเครื่องที่มีดีไซน์โดดเด่น เช่น โนเกียลามูร์คอลเล็กชัน โนเกีย 8800 สเปเชียล เอดิชัน ในกลุ่มพรีเมี่ยมโฟน โนเกีย 3250 มิวสิกโฟนและโนเกีย 5500 สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ โซน Connect จะเน้นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้มืออาชีพรุ่นใหม่สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างราบรื่น เช่น การเชื่อมต่อแบบไร้สาย แอปพลิเคชัน wireless presenter สำหรับนักธุรกิจ และการรับส่งข้อความเสียง (audio messaging) ส่วนโทรศัพท์รุ่นที่นำมาแสดงจะมีทั้งกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับผู้มีโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องแรก เช่น โนเกีย 2310 และ 2610 และโทรศัพท์สำหรับคนทำงานและนักธุรกิจ เช่น โนเกีย 6233, 6131 และ 6080 โซน Achieve เน้นกลุ่มองค์กรธุรกิจและนักธุรกิจ จะมีการสาธิตแอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน เช่น อีเมลไร้สาย Voice Over IP และโซลูชันสำหรับองค์กรไร้สาย ซึ่งสามารถใช้งานได้ดีบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่ม Eseries เช่น E50, E61 และ E70 และ โนเกีย 6708 โซน Explore เจาะกลุ่มคนที่สนใจเทคโนโลยีและชื่นชอบดีไซน์ทันสมัย โนเกียจะรวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีไร้สาย เช่น Nokia Browser สำหรับการเบราส์อินเทอร์เน็ตไร้สาย การเชื่อมต่อแบบไร้สายความเร็วสูง Wi-Fi และ EDGE โซลูชันสำหรับการแชร์และสั่งพิมพ์ภาพที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้เลนส์ของคาร์ล ไซส์ แอร์อัลบัม และคลิปภาพยนตร์ ผู้ที่สนใจจะได้สัมผัสกับแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในตระกูล Nseries เช่น N93, N91, N73 และN72 Company Related Link: Nokia Credit: Manager Online 2006年7月 Matsushita - NEC ผนึกตามเทรนด์ ร่วมทุนพัฒนาซอฟต์แวร์มือถือJuly 27, 2006
มัตสึชิตะและเอ็นอีซี สองผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศแผนร่วมทุนพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับโทรศัพท์มือถือ ต่อยอดความร่วมมือระหว่างกันในการกู้สถานการณ์ภาวะขาดทุนเช่นเดียวกับที่หลายบริษัททำมาก่อนหน้านี้ โดยทั้งสองยืนยันว่าจะยังคงใช้ชื่อแบรนด์ของตัวเองต่อไป
การประกาศร่วมทุนระหว่างสองบริษัทมักเป็นหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้กำลังเผชิญกับปัญหาธุรกิจประสบกับภาวะขาดทุน กรณีของมัตสึชิตะและเอ็นอีซีก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองถูกมองว่าธุรกิจโทรศัพท์มือถือของแต่ละค่ายล้วนขาดทุนจากการดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากต้องเผชิญกับศึกสองด้าน ทั้งการแข่งขันสุดดุเดือดในตลาด และต้นทุนการพัฒนาโทรศัพท์มือถือที่นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการร่วมทุนครั้งนี้ สำนักข่าวเอพีรายงานว่าจะมีผลให้หน่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ของมัตสึชิตะและเอ็นอีซีที่มีหลายร้อยชีวิต ถูกควบรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อมุ่งพัฒนาโอเอสระบบปฏิบัติการลินุกซ์และแอปพลิเคชันสำหรับโทรศัพท์มือถือ แม้หน่วยพัฒนาของทั้งสองจะอยู่ในชายคาเดียวกัน แต่ทั้งคู่ระบุว่าจะยังคงมีโรงงานผลิตและแบรนด์ของตัวเองไว้ โดยระบุว่านอกจากการร่วมมือกันพัฒนาซอฟต์แวร์แล้ว ยังมีการเจรจาถึงความร่วมมือระหว่างกันอื่นๆอีก แต่ยังไม่มีการตัดสินใจที่แน่นอนในขณะนี้ สำหรับความร่วมมือระหว่างมัตสึชิตะและเอ็นอีซีด้วยการร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์ในโทรศัพท์มือถือนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2001 ครั้งนั้นทั้งสองประกาศว่าเป็นความร่วมมือเพื่อจุดประสงค์ในการลดต้นทุน เนื่องจากขณะนั้นต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ของผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือของทั้งสองเพิ่มขึ้นมาก ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นยุคเทคโนโลยี 3G ใหม่ๆ แม้จะผ่านช่วงเวลานั้นมานานหลายปี แต่ผลประกอบการที่ผ่านมาของทั้งสองล้วนประสบกับปัญหาธุรกิจโทรศัพท์มือถือขาดทุน ผลจากต้นทุนการพัฒนาที่สูงลิ่ว และความกดดันจากการแข่งขันในตลาดที่บีบให้ทั้งสองต้องตั้งราคาขายต่ำเพื่อความอยู่รอด ผลประกอบการปีการเงินล่าสุดของมัตสึชิตะ (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2006) ธุรกิจโทรศัพท์มือถือของมัตสึชิตะขาดทุนทั้งสิ้น 8.4 พันล้านเยน (ประมาณ 2.721 พันล้านบาท) ขณะที่เอ็นอีซีประกาศตัวเลขขาดทุนที่ 2.5 หมื่นล้านเยน (ราว 8.101 พันล้านบาท) สำหรับเอ็นอีซีนั้นคาดว่าธุรกิจโทรศัพท์มือถือจะประสบกับภาวะขาดทุนต่อไป โดยปีนี้พยากรณ์ว่าจะขาดทุน 1.5 หมื่นล้านเยน ส่วนมัตสึชิตะมองว่าสถานการณ์อาจจะดีขึ้น จนส่งให้ตัวเลขกำไรในปีนี้เพิ่มเป็น 6 พันล้านเยน มัตสึชิตะนั้นตั้งเป้าให้การร่วมทุนในครั้งนี้เป็นหนทางสู่ความอยู่รอด จุดนี้ทำให้นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า ความร่วมมือที่ผ่านๆมาระหว่างทั้งสองยังไม่สามารถกู้สถานการณ์การขาดทุนได้ด้วยการลดภาระต้นทุน โดยมองว่าสถานการณ์ขาดทุนที่ทั้งสองประสบอยู่ในขณะนี้มีต้นเหตุหลักคือยอดขายโทรศัพท์มือถือที่ตกลง ไม่ใช่ต้นทุนการพัฒนาโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียว มิชิโตะ คิมูระ (Michito Kimura) นักวิจัยอาวุโสของบริษัทวิจัยตลาดไอดีซีสาขาโตเกียว มองว่าปัญหาหลักของเอ็นอีซีคือการไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มตลาดต้องการ ทำให้เอ็นอีซีสูญเสียตำแหน่งผู้นำในตลาดโทรศัพท์ไฮเอนด์ที่เคยเป็นของเอ็นอีซีมาก่อน โดยพ่ายบริษัทจากประเทศเกาหลีใต้อย่างหมดรูป ขณะเดียวกันทั้งเอ็นอีซีและมัตสึชิตะต่างก็ไม่สามารถตีตลาดนอกพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นได้ โดยเฉพาะมัตสึชิตะนั้นประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะไม่ทำตลาดสหรัฐฯและยุโรปจนกว่าจะถึงปี 2008 หรือ 2009 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯและยุโรปจะเปลี่ยนจากยุค 3G เข้าสู่ 3.5G คิมูระกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ว่าการร่วมทุนจะทำให้ต้นทุนการผลิตของทั้งคู่ลดลงได้จริง แต่ก็จะไม่เป็นประโยชน์ใดเลยหากว่าทั้งคู่ไม่สามารถแก้ปัญหายอดขายโทรศัพท์มือถือของตัวเองได้ Company Related Links : Panasonic NEC Credit: Manager Online 2006年7月 Nokia เกาะกระแสมัลติมีเดีย สร้าง “Nseries” ให้สัมผัสจริงJuly 25, 2006
โนเกียเกาะกระแสมัลติมีเดีย มุ่งสร้างแบรนด์ Nseries วิเคราะห์การตลาด ต้องมุ่งที่สร้างประสบการณ์จริงในการใช้งานให้เกิดกับผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด เปิด Nokia Nseries Studio ที่สยามพารากอน ให้ผู้บริโภคสัมผัส Nseries อย่างแท้จริง พร้อมมองแนวทางการพัฒนา เฟส 3 ต่อจาก คาเมร่าโฟน มิวสิกโฟน อินเทอร์เน็ตจ่อคิวบูม
นางสาวนนทวัน สินธวานนท์ Multimedia Business Multimedia Business Group บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวทางการทำตลาดโนเกียในประเทศไทยว่า จะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ Nokia Nseries อย่างมากในปีนี้ โดยส่วนหนึ่งของการสร้างการรับรู้และเข้าถึง Nokia Nseries คือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างประสบการณ์ในการใช้งานหรือเรียนรู้ในตัวโปรดักส์ให้มากที่สุด อันเป็นที่มาของการเปิด เอ็กซ์พรีเรียนเซ็นเตอร์ แห่งแรกคือ Nokia Nseries Studio ขึ้นที่ห้าง สยามพารากอน Nokia Nseries Studio จะเป็นพื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nseries ทั้งหมด คือ N 71 , N 72, N 80 , N 90 , N 91 และล่าสุด N 93 พร้อมจำลองโลกของการสื่อสารมัลติมีเดียของโนเกียไว้ทั้งหมด ตามแนวคิดที่ว่า เป็นการยากที่ผู้บริโภคจะได้ทดลอง ตลอดจนสัมผัสประสบการณ์จริงของการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็น ฟังก์ชันการงานด้านการถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือ มิวสิกโฟน รวมทั้งการเทคนิกการพรินต์ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ ที่รวมไว้ที่จุดเดียว เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ด้วยตนเอง Nseries Studio ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด See new, Hear new, Feel new &Do new เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสการใช้งานผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nseries ได้อย่างเต็มที่ โดยเลือกพารากอนเป็นแห่งแรก Nseries Studio เพราะมองว่าพารากอนเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกับโปรดักส์ในกลุ่ม Nseries นางสาวนนทวันกล่าวว่า ขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมาก โนเกียมองว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงฟังก์ชันการใช้งานของโทรศัพท์อย่างเต็มที่ แม้การลงโฆษณาก็ยังไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของโทรศัพท์ได้ การได้สัมผัส ทดลองใช้งานจริง สร้างประสบการณ์ด้วยตัวเองจะเป็นการทำการตลาดที่ดีที่สุด โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักอายุระหว่าง 25-35 ปี และ 20-25 ปี นอกจากการสร้างประสบการณ์จริงของการใช้งานให้เกิดกับผู้บริโภคแล้วโนเกียมองว่าจะเป็นผลดีในแง่การสร้างแบรนด์ Nseries ให้ผู้บริโภคเกิดการจดจำมากยิ่งขึ้น โนเกียมองว่า Nseries อยู่ในตลาดพรีเมียม ที่สามารถแข่งกับผู้อื่นได้และมีส่วนแบ่งในตลาดพรีเมียมมากกว่า 50% ทั้งนี้จากการจัดระดับกลุ่มไฮเอนด์ว่าราคาตั้งแต่ 15,000 บาท ขึ้นไป จากตลาดรวมทั้งหมดประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าในกลุ่มไฮเอนด์ประมาณ 15-20% ของตลาดรวมทั้งหมด แนวทางการพัฒนาโปรดักส์ในกลุ่ม Nseries คือเดินตามกระแสมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น คาเมร่าโฟน มิวสิกโฟน ตลอดจน โทรศัพท์ที่สามารถดูทีวีได้ ผู้บริหารโนเกียกล่าวว่า จากตลาดรวมโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งเป็นคาเมร่าโฟน ส่วนมิวสิกโฟนมีในตลาดประมาณ 30-40% อีก 15% เป็นบลูทูสท์ ในอนาคตโทรศัพท์จะมีฟังชั่นการใช้งานที่พัฒนามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่สามารถดูทีวีได้จะเป็นเทรนที่เริ่มเห็นชัดมากยิ่งขึ้นในปีนี้ “แนวทางการเติมโตของโทรศัพท์ที่สามารถดูทีวีได้ก็จะเหมือนกับ คาเมร่าโฟน และมิวสิกโฟนคือต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ในการสร้างตลาด” นางสาวนนทวันกล่าวว่า จากคาเมร่าโฟน มิวสิกโฟนในปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตจะเป็นเฟส 3 ของการพัฒนาโปรดักส์ ในกลุ่ม Nseries ของโนเกียในปีนี้ เพื่อตอบรับความต้องการงานอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็คาเมร่าโฟน มิวสิกโฟนก็จะมีสเป็กการใช้งานที่มากขึ้น เช่นความละเอียดของกล้องมากขึ้นในโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ใช้เลนส์ที่พัฒนามากขึ้น “ทุกวันนี้ตัวเลขผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสูงกว่าอินเทอร์เน็ตไปแล้ว และจะทำอย่างไรจะให้คนต่างจังหวัดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช้ผ่านทางคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว” Company Related Link: Nokia Credit: Manager Online 2006年7月 Motorola ยันศก.ไม่กระทบยอดขาย เปิด MOTOSHOP แห่งแรกในอาเซียนJuly 21, 2006 โมโตโรล่าเปิด MOTOSHOP แห่งแรกในไทยและในอาเซียน หวังสร้างประสบการณ์จริงให้ลูกค้าเป้าหมายสามารถเข้ามาสัมผัส ลองใช้งานโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่าและอุปกรณ์เสริมทุกชนิด เชื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย สวนภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ส่งผลกระทบกับมือถือ นางสาวจงรักษ์ สกุลภักดี ผู้จัดการประจำประเทศไทย (กลุ่มอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่) บริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) กล่าวว่าในช่วงครึ่งปีหลังโมโตโรล่าจะมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ออกทำตลาดประมาณ 6 รุ่น ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบกับตลาดโทรศัพท์มือถือบ้างโดยทำให้การเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ช้าลง แต่การที่โอเปอเรเตอร์แข่งขันกันออกโปรโมชันและการขยายเน็ตเวิร์กออกต่างจังหวัด ก็เป็นแรงกระตุ้นและส่งผลดีให้ซัปพลายเออร์ในการขายเครื่องได้ดีขึ้น “โมโตโรล่ายังมองว่าตลาดประเทศไทยมีศักยภาพและจะเติบโตต่อไปได้อีก บริษัทแม่พยายามปรับเป้ายอดขายให้เราเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ” โมโตโรล่าเน้นการทำตลาดด้วยการสร้างประสบการณ์ให้เกิดกับลูกค้า (Customer Experience) ในการทดลองใช้มือถือโมโตโรล่าทุกรุ่นที่มีวางขายในประเทศไทย ผ่าน MOTOSHOP ที่เป็นร้านต้นแบบแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สยามพารากอน โดยในร้านจะเป็นศูนย์รวมสินค้าของโมโตโรล่าทุกรูปแบบ เน้นลูกเล่นแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ เริ่มตั้งแต่พื้นทางเข้าที่มีภาพเคลื่อนไหวเปลี่ยนตามการสัมผัส (Interactive Floor) กระจกพูดได้ที่ทักทายผู้คนที่ผ่านไปมา (Whispering Window) พร้อมการสาธิตการใช้งานของโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่าและอุปกรณ์เสริมแบบครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์การสื่อสารแบบไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) ไม่ว่าจะเป็นการสั่งพรินท์รูปภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ การเชื่อมต่อหูฟังสเตอริโอบลูทูธ/ลำโพงไร้สายเข้ากับโทรศัพท์มือถือ/เครื่องเสียง รวมทั้งบริการเช็กสภาพมือถือและอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดฟรี MOTOSHOP จะตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ชอบดีไซน์ (Experience Design) กลุ่มคอดนตรีโปรดปรานการฟังเพลง (Experience Music) กลุ่มที่ต้องการสื่อสารขั้นพื้นฐาน เน้นการใช้งานแบบไม่ซับซ้อน นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และต้องการแสดงความเป็นตัวเองลงบนโทรศัพท์มือถือ MOTOSHOP ก็มีบริการสติ๊กเกอร์แทตทู ติดลงบนโทรศัพท์ หรือใช้เลเซอร์สลักชื่อตัวเองด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่มีเพียงที่เดียวในประเทศไทย โมโตโรล่ามีแผนที่จะเปิด MOTOSHOP ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่จะช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการเลือกซื้อมือถือโมโตโรล่า รวมทั้งยังใช้เป็นที่ซอฟต์ลอนซ์ทดสอบมือถือรุ่นใหม่ๆก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าลูกค้าชื่นชอบขนาดไหน รวมทั้งโมโตโรล่ายังมีแผนที่จะเปิดศูนย์บริการสำหรับซ่อมมือถือโมโตโรล่าให้ครอบคลุมทั่วประเทศด้วย Company Related Links : Motorola Credit: Manager Online 2006年7月 KDDI-Toshiba-Sanyo-Qualcomm แทคทีมพัฒนาซอฟต์แวร์มือถือJuly 19, 2006 เคดีดีไอประกาศความร่วมมือกับบริษัทโตชิบา ควอลคอมม์ และซันโย ในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานบนโทรศัพท์มือถือร่วมกัน หวังลดต้นทุนการพัฒนาลงเพื่อให้สามารถต่อสู้กับคู่แข่งในสมรภูมิสงครามราคาสุดร้อนแรงได้คล่องตัวมากขึ้น เคดีดีไอ (KDDI) ผู้ให้บริการโทรคมอันดับสองของญี่ปุ่น ประกาศจับมือกับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่สามราย ได้แก่ โตชิบา (Toshiba Corp), ซันโย (Sanyo Electric Co.) และควอลคอมม์ (Qualcomm Inc.) จุดประสงค์หลักนอกจากการลดต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาแล้ว คือการใช้สายสัมพันธ์พิเศษถือโอกาสฝังซอฟต์แวร์บริการของเคดีดีไอลงในเครื่องโทรศัพท์ของ 3 แบรนด์นี้ ประชาสัมพันธ์ของเคดีดีไอระบุว่าซอฟต์แวร์ที่จะพัฒนาขึ้นเพื่อฝังในโทรศัพท์มือถือของ 3 แบรนด์นี้จะเป็นซอฟต์แวร์เพื่อการให้บริการแบบออนไลน์ โดยทั้ง 4 บริษัทพันธมิตรจะได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง "ความร่วมมือนี้จะอยู่ในรูปแบบการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับทุกบริษัท" ประชาสัมพันธ์ของเคดีดีไอให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอพี ตามกำหนดการ คาดว่าโทรศัพท์มือถือพร้อมซอฟต์แวร์บริการของเคดีดีไอจะสามารถวางตลาดได้ในปีหน้า ที่สำคัญคือมีทางเป็นไปได้ที่โทรศัพท์รุ่นนี้จะมีราคาถูกกว่าโทรศัพท์ที่วางขายโดยไม่มีซอฟต์แวร์พ่วงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ประชาสัมพันธ์ของเคดีดีไอปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลราคาวางจำหน่ายที่แน่นอนในขณะนี้ หนังสือพิมพ์นิฮอนเคอิไซชิมบุน (Nihon Keizai Shimbun) หนังสือพิมพ์ธุรกิจรายวันของญี่ปุ่นรายงานว่า งบประมาณในการพัฒนาโทรศัพท์มือถือรุ่นหนึ่งนั้นสูงถึง 1 ถึง 2 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 3.25 ถึง 6.50 พันล้านบาท ความท้าทายของผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือคือการพยายามลดต้นทุนในการพัฒนาลงแต่ต้องยังคงหาวิธีการเพิ่มฟีเจอร์การทำงานหรือเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ในนิฮอนเคอิไซชิมบุนระบุว่า ต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในโทรศัพท์มือถือนั้นคิดเป็นสัดส่วนราว 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 4 ของค่าต้นทุนการพัฒนาทั้งหมด ถือเป็นอัตราส่วนหลักที่บริษัทผู้ผลิตต้องการลดต้นทุนในส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ข่าวคราวการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างหลายบริษัทเพื่อลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับใช้บนเครื่องโทรศัพท์มือถือจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่การเปิดตัวบริษัทพันธมิตรรายแรกของเคดีดีไอ แต่ก่อนหน้านี้เคดีดีไอเดินหน้าเจรจาทำความตกลงกับบริษัทผู้ผลิตในตลาดโทรคมหลายรายเพื่อหาทางลดต้นทุนบริการเพื่อต่อสู้กับผู้นำตลาดญี่ปุ่นอย่างเอ็นทีทีโดโคโม (NTT DoCoMo) โดยเมื่อเดือนที่แล้วเคดีดีไอได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทโทรคมเบอร์หนึ่งของอังกฤษนามบีทีกรุ๊ป (BT Group) เพื่อพัฒนาบริการโทรคมระหว่างประเทศและบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม Company Related Links : KDDI Toshiba Sanyo Qualcomm Credit: Manager Online 2006年7月 วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานที่สุด1. แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่พบเห็นในท้องตลาดส่วนใหญ่มีอยู่ 3 ชนิด ครับ คือ 1. Ni-Mh 2. Li-Ion 3. Li-Polymer ครับ
2. วิธีการสังเกตุว่า แบตเตอรี่ที่มีอยู่นั้นเป็นแบตเตอรี่ชนิดไหน ให้ดูจาก Label ที่อยู่ติดกับแบตเตอรี่ครับ 3. การชาร์จครั้งแรกที่ซื้อเครื่องมา หรือแกะจากกล่องมานะครับ สำหรับแบตเตอรี่แบบ Ni-Mh ให้ชาร์จ 12-14 ชั่วโมง 3 ครั้งแรกทุกครั้ง ก่อนชาร์จใหม่ต้องใช้แบตให้หมดนะครับ ส่วน Li-Ion และ Li-Polymer ให้ชาร์จ 6 ชั่วโมง 3 ครั้ง ก่อนชาร์จใหม่ไม่ควรใช้ให้จนดับไปเองรอให้มีสัญญาณเตือนก็ชาร์จได้ครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นธาตุต่างๆ ภายในแบตเตอรี่ครับ จะได้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานที่สุด 4. ทุกๆ ครั้งที่จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับแบตเตอรี่แบบ Ni-Mh ควรใช้งานจนโทรศัพท์ดับไปเองแล้วค่อยชาร์จ แต่สำหรับแบตเตอรี่แบบ Li-Ion และ Li-Polymer ไม่ควรใช้จนดับไปเองรอให้มีสัญญาณเตือนแล้วก็ชาร์จได้เลยครับ 5. เวลาเสียบสายชาร์จ ให้เสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้านก่อน แล้วค่อยเสียบปลายสายชาร์จเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการกระชากของแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า อันจะเป็นผลทำให้โทรศัพท์หรือ AC Adaptor ชำรุดเสียหายได้ครับ 6. ในการชาร์จแต่ละครั้ง ควรชาร์จให้เต็มแล้วค่อยถอดสายชาร์จออกจะได้ไม่เสีย รอบการชาร์จโดยไม่จำเป็น โดยที่แบตเตอรี่จะสามารถชาร์จได้ประมาณ 300-400 ครั้ง และเมื่อชาร์จจนเต็มแล้วให้ถอดสายชาร์จออกไม่ควรเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ป้องกันการสะสมความร้อนที่แบตเตอรี่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วครับ 7. หลีกเลี่ยงการทำแบตตกพื้น เพราะจะทำให้หน้าสัมผัสภายในเสีย หรือหลุดได้โดยที่เราไม่รู้ รวมถึงทำให้สารประกอบต่างๆ รั่วไหลได้ (เป็นต้นเหตุให้เกิดระเบิดได้) 8. เมื่อมีการใช้งานไประยะหนึ่ง ควรถอดแบตเตอรี่ออกมาจากเครื่องแล้ว ใช้ยางลบดินสอถูเพื่อทำความสะอาดหน้าสัมผัส แต่อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่ จะเสื่อมตามอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปีนะครับ ถ้าถึงเวลานั้นจริงก็ต้องมองหาแบตเตอรี่ก้อนใหม่ให้โทรศัพท์มือถือแล้วนะครับ เอ…หรือว่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ ก่อน แบตเตอรี่จะเสื่อมครับ Credit: Mlink Mobile Clinic 2006年7月 Sony Ericsson กำไรพุ่ง หักหน้านักวิเคราะห์July 14, 2006
โซนี่อิริคสันทำนักวิเคราะห์หน้าแตก หลังประกาศรายได้ก่อนหักภาษีไตรมาสที่สองสูงกว่าเดิมสองเท่าทยานไปแตะระดับ 211 ล้านยูโร
ทั้งยอดขายและส่วนแบ่งตลาดของโซนี่อิริคสันที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นสิ่งตอกย้ำความแรงของกระแสโทรศัพท์มือถือมัลติฟังก์ชั่น ที่ใช้งานได้ทั้งฟังเพลงและถ่ายรูป ซึ่งโทรศัพท์มือถือของโซนี่ อิริคสันเป็นการรวมเทคโนโลยียี่ห้อดังจากโซนี่มาเสริมเป็นจุดขาย และโซนี่เองก็พร้อมทุ่มเทคโนโลยีหวังครองส่วนแบ่งตลาดมือถือเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากโทรศัพท์มือถือของโซนี่ อิริคสันจะมาพร้อมกับกล้องดิจิตัลไซเบอร์ช็อท ความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลจากโซนี่ ก่อนหน้าการประกาศผลประกอบการของโซนี่ อิริคสันนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สเคยคาดการณ์กำไรของบริษัทลูกครึ่งระหว่างสวีเดนและญี่ปุ่นนี้ว่า จะมีตัวเลขก่อนหักภาษีอยู่ที่ 156 ล้านยูโรมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2005 ที่มีตัวเลขเพียง 87 ล้านยูโร สำหรับยอดขายในไตรมาสที่สองของโซนี่ อิริคสันอยู่ที่ 2.27 พันล้านยูโรมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.09 พันล้านยูโร โดยยอดขายอุปกรณ์มือถือมีมากถึง 15.7 ล้านหน่วยมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 14.3 ล้านหน่วย "จากตัวเลขไตรมาสสองที่ประกาศไปทำให้เห็นได้ว่าโซนี่ อิริคสันเริ่มทำตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้น นับได้ว่าเป็นการชูความพร้อมของโซนี่ อิริคสัน อีกทั้งยังสามารถแทรกเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดอุปกรณ์มือถือได้มากขึ้นด้วย จึงไม่แปลกอะไรที่โซนี่ อิริคสันจะมีกำไรได้มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้" ไมล์ส ฟลิ้นท์ ประธานบริษัทโซนี่ อิริคสันกล่าว ท้ายนี้เจ้าหน้าที่จาก โซนี่ อิริคสันเสริมว่า ยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโดยเฉลี่ยแต่ละไตรมาสจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับช่วงการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นที่มีราคาประหยัด และเหตุนี้เองที่ทำให้โซนี่ อิริคสันได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มุ่งทำตลาดบนเท่านั้น Company Related Link: Sony Ericsson Credit: Manager Online 2006年7月 โนเกียทุ่มทุนขยายเครือข่ายในจีน ให้ใช้ WI-FI ฟรีในนิวยอร์คJuly 10, 2006
ผู้นำโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของโลกประกาศทุ่มเงินกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อขยายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือให้ครอบคลุมทั่วตอนกลางของจังหวัด Henan ในแดนมังกร "หลังจากที่โนเกียได้ทำข้อตกลงร่วมกับ China Mobile บริษัทลูกของ Henan Mobile Communication Co. Ltd เรียบร้อยแล้ว ก็จะเริ่มดำเนินการทันทีและคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งการร่วมลงทุนครั้งนี้จะกลายเป็นการขยายเครือข่ายจีเอสเอ็มบริเวณที่ 11 ของจังหวัด Henan" เจ้าหน้าที่จากโนเกียให้รายละเอียด ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำในตลาดโลกเท่านั้น แต่โนเกียยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งในปัจจุบันโนเกียได้หันมาสนใจทุ่มเม็ดเงินลงทุนจากทวีปเอเชียมากขึ้น เนื่องจากยังมีอัตราการเติบโตของโทรศัพท์มือถือมากกว่าทวีปยุโรปที่กำลังเริ่มอิ่มตัว มีการคาดการณ์ว่าในปี 2008 จะมีจำนวนผู้เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นแตะระดับที่ 3 พันล้านราย โดย 80% จากจำนวนดังกล่าวจะมาจากประชากรในประเทศจีน อินเดีย ประเทศในเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศจีนกลายเป็นลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดของโนเกีย ด้วยยอดขายสุทธิที่เพิ่มขึ้น 28% มูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และโนเกียก็เป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่เพื่อให้บริการเครือข่ายจีเอสเอ็มให้กับ Henan MCC มาตั้งแต่ 1995 เช่นกัน ข้ามมาอีกซีกโลกหนึ่งที่แดนมะกัน โนเกียก็ประกาศให้บริการเครือข่ายไว-ไฟสำหรับโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยเริ่มต้นจะให้บริการในบริเวณสวนสาธารณะที่สำคัญ 10 แห่งกลางเมืองนิวยอร์ค ซิตี้ "ชาวเมืองนิวยอร์คก็สามารถใช้บริการต่างๆ ได้แม้อยู่ในที่สวนสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น การอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังเพลง หรือจะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็ตาม" Floris van de Klashorst ผู้อำนวยการด้านมัลติมีเดียจากโนเกียแสดงความเห็น สำหรับโทรศัพท์รุ่นที่รองรับบริการได้ในเวลานี้ คือ Nokia N80, N91 และ Nokia 770 Company Related Link: Nokia 2006年7月 โนเกียเชื่อ 3G ซาอุฯมาแรงแซงโค้งJuly 5, 2006
ผู้บริหารโนเกียฟันธงว่าซาอุฯจะเป็นตลาด 3G ใหม่ที่มาแรงแซงตลาดอื่นอย่างน่าจับตามอง ส่วนหนึ่งมาจากแผนการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมบนเครือข่ายเทคโนโลยี 3G ของประเทศซาอุดิอาระเบียในปลายปีนี้ อีกส่วนมาจากโอกาสในการขยายตัวของตลาดในอนาคต Walid Moneimne รองประธานอาวุโส บริษัทโนเกียภาคพื้นยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การเติบโตของตลาด 3G ทั่วโลกที่โนเกียมองไว้ ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือเครือข่าย 3G ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเตะระดับที่ 100 ล้านราย จากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือปัจจุบันจำนวนทั้งสิ้น 2 พันล้านราย "หากจะพูดถึงพัฒนาการของตลาดโทรคมที่กำลังจะเกิดขึ้น "3G" คือส่วนสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยพื้นที่ตะวันออกกลางและแอฟริกาจะเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตของตลาด 3G เร็วที่สุดในโลก" Moneimne กล่าว แสดงให้เห็นว่าโนเกียเตรียมให้ความสำคัญกับ 2 ตลาดนี้ในอนาคตอย่างแน่นอน สำหรับประเทศตะวันออกกลางร่ำรวยน้ำมันอย่างซาอุดิอาระเบีย โนเกียมองว่าพฤติกรรมของชาวซาอุฯที่นิยมชมชอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะเดียวกันก็ยังมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ต่ำอยู่ ซึ่งมีโอกาสขยายตัวขึ้นอีกมาก เหล่านี้จะเป็นตัวส่งให้ตลาด 3G ของซาอุฯเติบโตอย่างรวดเร็ว 3G นั้นเป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายเจเนอเรชันที่สาม ที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้มากกว่าการทำงานของเครือข่ายในเจเนอเรชันที่ 2 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เช่นการพัฒนาประสิทธิภาพด้านความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สถิติล่าสุดระบุว่าความเร็วในการรับส่งข้อมูลของเครือข่าย 3G บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นเร็วกว่าการรับส่งข้อมูลของเครือข่ายโทรศัพท์บ้านราว 100 เท่า เหนือกว่าเครือข่าย GSM ถึง 350 เท่า นอกจากนี้ยังมีการปรับระบบสัญญาณเป็นระบบดิจิตอล รวมถึงการรับสัญญาณภาพโทรทัศน์บนโทรศัพท์มือถือ สำหรับความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการในประเทศซาอุฯ โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของซาอุซึ่งมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นนามว่า ซาอุดิเทเลคอม (Saudi Telecom) หรือ STC มีการเปิดตัวบริการ 3G ของตัวเองไปเมื่อเดือนที่แล้ว ตามหลังการเปิดตัวบริการ 3G ของโอเปอเรเตอร์คู่แข่งชื่อโมบิลี (Mobily) เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว โดยโมบิลีเป็นบริษัทใหม่ที่เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้จะต้องรอใบอนุญาตจากทางการซาอุดิอาระเบียในปลายปีนี้ Moneimne ให้ข้อมูลว่า คาดว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือชาวซาอุฯจะเพิ่มขึ้นเป็น 22 ล้านคนในปี 2009 จากสถิติ 10 ล้านรายในปี 2002 โดย Ahmed Sindi ตัวแทนจากคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมและสารสนเทศแห่งชาติซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของซาอุฯอยู่ที่ 3.2 ล้านรายเท่านั้น หรือประมาณ 14.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด เรียบเรียงจากรอยเตอร์ส 2006年7月 โนเกียยันยอดขายยังแรง แม้ขาดทุนหลายล้านยูโรJuly 3, 2006 โนเกียนั่งยันนอนยันว่ายังสามารถทำยอดขายโทรศัพท์มือถือตระกูล E เจาะกลุ่มนักธุรกิจและผู้ใช้ในองค์กรได้เป็นอย่างดีตามแผนที่วางไว้ ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับผลประกอบการไตรมาสแรกที่ขาดทุนจำนวนหลายล้านยูโร "ยอดขายตระกูล E เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามที่วางไว้ได้อย่างดี" แอนต์ติ วาซารา (Antti Vasara) รองประธานกรรมการฝ่ายซอฟต์แวร์และการตลาดของโนเกียให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Helsingin Sanomat ทั้งนี้ความคาดหวังของโนเกียนั้นต้องการให้โทรศัพท์มือถือซีรีย์ E เจาะกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นนักธุรกิจและผู้ใช้ภายในองค์กร หวังทำกำไรอย่างงามเหมือนที่แบล็กเบอร์รี่ผู้บุกเบิกตลาดจากฝั่งแคนาดาเคยทำไว้ "แน่นอนอยู่แล้วที่เราจะต้องพยายามทำให้ได้ในตำแหน่งที่แบล็กเบอร์รี่เคยทำเอาไว้" หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวอ้างถึงคำสัมภาษณ์ของวาซารา เสริมข้อมูลที่ว่าโนเกียก็ตั้งเป้าหมายและความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพิชิตตลาดแบล็กเบอร์รี่อันแข็งแกร่งในอเมริกาให้จงได้ ด้านเจ้าหน้าที่จากโนเกียก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ ถึงรายละเอียดของรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองที่จะมีการประกาศในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ E50 โทรศัพท์น้องใหม่ล่าสุดในตระกูลที่โนเกียคาดจะให้วางตลาดก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็เป็นอันต้องเลื่อนการส่งไปอีก 2-3 สัปดาห์ และยังไม่มีเจ้าหน้าที่จากโนเกียให้รายละเอียดถึงโรคเลื่อนครั้งนี้แต่อย่างใด E61 โทรศัพท์มือถือที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับแบล็กเบอร์รี่ เป็นอีกหนึ่งในสามโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกตระกูล E ก็ได้ออกมาเจาะตลาดไปตั้งแต่ไตรมาสที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นับว่ายังช้ากว่าที่โนเกียประกาศไว้เนื่องจากมีปัญหาด้านซอฟต์แวร์ ในไตรมาสแรกของปี 2006 โนเกียต้องประสบกับการขาดทุนมากกว่า 66 ล้านยูโร ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2005 ที่ขาดทุนเพียง 9 ล้านยูโรเท่านั้น ทำให้โนเกียต้องต่อสู้อย่างหนัก เพื่อให้แน่ใจว่าจะในปีการเงินของปี 2007 จะต้องได้กำไรจากการดำเนินการ Company Related Link: Nokia 2006年6月 โนเกียฟันธงเศรษฐกิจไทยทำพิษJune 24, 2006
โนเกียประกาศชัดเจนตลาดโทรศัพท์มือถือประเทศไทยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเท่าเศรษฐกิจ ไม่มีปัญหาอื่นเลยทั้งในส่วนของโอเปอเรเตอร์ ผู้ค้าปลีก หรือตลาดผิดกฏหมาย มีเพียงเศรษฐกิจเท่านั้นที่เป็นความท้าทายเดียวของตลาดไทย โดยผู้บริหารโนเกียฟันธงว่าการเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือประเทศไทยจะชะลอตัวลงตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้า มร.เมาโร มอนทานาโร รองประธานฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กล่าวว่าความท้าทายของตลาดโทรศัพท์มือถือของประเทศไทยนั้นอยู่ที่เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่เหนืออำนาจการควบคุมของโนเกีย "ผมพยายามคิดแล้ว ตลาดประเทศไทยไม่มีปัญหาใดเลยยกเว้นเรื่องเศรษฐกิจ เพราะโอเปอเรเตอร์แข็งแรง ผู้ค้าปลีกก็แข็งแรง ความต้องการในประเทศก็สูงมาก ทุกอย่างเป็นตลาดในฝันของโนเกีย" มร.มอนทานาโรอธิบายว่า ปัญหาตลาดมืดหรือ Gray Market ที่เกิดขึ้นกับโนเกียในหลายภูมิภาคนั้นไม่เป็นปัญหาในประเทศไทย เนื่องจากปัญหาตลาดมืดมักจะเกิดในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ "ประชาชนชาวไทยไม่ต้องการเครื่องที่มีจำหน่ายในตลาดมืดเพราะมันไม่มีภาษาไทย ภาษีเมืองไทยก็ไม่แพง ราคาเครื่องในตลาดมึดกับเครื่องถูกกฎหมายไม่ต่างกันมาก" 3G เมืองไทย มร.แอนดรูว์ โลว์ รองประธานธุรกิจบริการเครือข่าย โนเกียภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางบริการเครือข่าย 3G ในประเทศไทยว่า แม้จะกำลังอยู่ในระหว่างรอใบอนุญาต แต่เชื่อว่าอนาคตของธุรกิจ 3G ในประเทศไทยจะไปได้ดี "ข้อดีของการลอนช์ช้าคือการได้เห็นตัวอย่างจากตลาดอื่น ทำให้สามารถเรียนรู้เพื่อหลีกเลี่ยงจุดอ่อนหรือปัญหาที่ขึ้นได้ก่อนจะต้องพบกับเหตุการณ์จริง ส่วนประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิกที่จะสามารถให้บริการ 3G ได้ก่อนใครคืออินโดนีเซีย เพราะทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ตามมาคงเป็นไทย ต่อด้วยอินเดียที่มีแผนให้บริการตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ จากนั้นจึงเป็นบังกลาเทศ ศรีลังกา" มร.โลว์ระบุว่า โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการ 3G ที่จะเกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซียนั้นจะเลือกใช้โซลูชันบริการจัดการเครือข่ายหรือ "Manage Service" ของโนเกียด้วย เป็นโซลูชันบริหารจัดการเครือข่ายทั้งในส่วนการติดตั้งและให้บริการที่ปรึกษา โดยโลว์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจสาย Manage Service ว่าเป็นธุรกิจที่โนเกียเริ่มต้นมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว จนมีการแยกส่วนธุรกิจออกอย่างชัดเจนในปีที่แล้วเพื่อการเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ โดยในเดือนหน้าจะเป็นกำหนดการที่โนเกียวางให้อินเดียเป็นฐานให้บริการ Manage Service ของโนเกียอย่างเต็มรูปแบบ "ธุรกิจนี้ทำรายได้ให้โนเกีย 30 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดของธุรกิจโนเกียเน็ตเวิร์ก แต่สำหรับในเอเชียแปซิฟิกสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจ Manage Service เติบโตเป็นเพราะรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยของโอเปอเรเตอร์ลดลงเรื่อยๆ ทำให้โอเปอเรเตอร์ต้องการเอาท์ซอร์สภาระบางอย่างออกไป ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาฐานลูกค้าเก่าพร้อมกับการเพิ่มลูกค้าใหม่" โอกาสเติบโตของ Manage Service ในประเทศไทยนั้น มร.โลว์มองว่า แม้ตลาดภาพรวมจะขยายตัว แต่รายได้เฉลี่ยต่อหน่วยของโอเปอเรเตอร์จะต่ำลง คาดว่าเมื่อ 3G ในประเทศไทยเกิดขึ้นจะทำให้โอเปอเรเตอร์หลายรายสนใจเอาท์ซอร์สบริการจัดการเครือข่าย เช่นเดียวกับที่เป็นในประเทศอื่นแถบเอเชียแปซิฟิก Company Related Links : Nokia โซนี่อีริคสัน ปลื้มยอดขาย ผงาดอันดับ 1 มิวสิคโฟนJune 23, 2006
โซนี่ อีริคสัน เตรียมส่ง 850i ลงตลาดไทยอย่างเป็นทางการหลังเปิดตัวงานคอมมูนิคเอเซีย มั่นใจปีนี้ยึดหัวหาดที่1 กลุ่มมิวสิคโฟน ประเมินคู่แข่งยังหลงทาง ย่ำแต่ชูแต่ดีไซน์ ผสานเทคโลยีมากกว่าจุดแข็งด้านฟีเจอร์ นายซาโตชิ เมกะตะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท โซนี่ อีริคสัน โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังโซนี่ อีริคสัน ได้เตรียมนำโทรศัพท์รุ่นใหม่ออกวางตลาดประเทศไทย อีก 4-5 รุ่น โดยเฉพาะกลุ่มใช้งานรองรับเสียงเพลง หรือ มิวสิคโฟน อาทิ รุ่น 850i และ รุ่น w950i ที่จะวางจำหน่ายในต้นและกลางไตรมาสที่4 ตามลำดับ ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำในการสร้างความเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มมิวสิคโฟน ที่ในปัจจุบัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดในกลุ่มนี้ ทั้งในตลาดประเทศไทยและทั่วโลก ส่วนโทรศัพท์ในกลุ่มอื่น โซนี่ อีริคสัน ยังคงให้ความสำคัญไม่ต่างจากกลุ่มมิวสิคโฟน แต่จะเน้นรูปแบบการทำตลาด การแยกทำเซกเมนต์การนำไปใช้งานและไลฟ์สไตล์ของกลึ่มผู้ใช้ให้มากที่สุด โดยปัจจุบันได้แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม Cyber Shot รองรับการถ่ายภาพ 2.กลุ่ม Wolkman รองรับเสียงเพลง 3.กลุ่ม Business รองรับใช้งานเอกสาร-อีเมล์ และ กลุ่ม Entry หรือ ทั่วไป ใช้งานพื้นฐาน โดยบริษัทฯได้มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์ให้เป็นได้มากกว่าโทรศัพท์มือถือ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มองหาอุปกรณ์ซึ่งสามารถใช้งานได้ครบวงจรในเครื่องเดียว “ข้อแตกต่างระหว่างโซนี่ อีริคสัน กับผู้ผลิตค่ายอื่น เราจะเน้นไปที่ฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นการใช้งานมากที่สุด แต่ยังผสานด้านดีไซน์ให้เป็นเอกลักษณ์ แต่ค่ายอื่นนั้นถึงแม้จะมีเทคโนโลยี และนำดีไซน์มาเป็นตัวนำ แต่หากมองถึงจึดเด่นที่นำไปใช้ ไม่สามารถบอกได้ว่า สิ่งที่เขานำออกมานั้น มีจุดเด่นอะไรในตัวเครื่องที่นำออกมาวางจำหน่าย” ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงในด้านทำสินค้าให้เป็นกลุ่มเซกเมนต์ โซนี่ อีริคสัน สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ถึงผลการตอบรับของกลุ่มลูกค้า ที่ให้ความสนใจถึงฟีเจอร์หรือความโดดเด่น ที่สามารถนำไปใช้งานได้มากกว่าการเป็นโทรศัพท์ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยเฉพาะกลุ่มวอล์คแมน ที่ขายดี มียอดขายเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เขากล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ใช้ในตลาดประเทศไทย มีพฤติกรรมความต้องการใช้หลากหลาย ซึ่งตลาดหลักและกลุ่มใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ระหว่าง 18- 27 ปี ที่จะเน้นให้ความสำคัญต่อการเลือกซื้อ และการนำโทรศัพท์ไปใช้รองรับความต้องการส่วนตัว อาทิ การถ่าย ภาพ เสียงเพลง ซึ่งการปรับกลุ่มเซกเมนต์ ทำให้ บริษัทฯสามารถทำแผนการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจนมากขึ้น กว่าในอดีตที่ผ่านมา ส่วนเรื่องปัญหาสินค้าที่ขาดแคลนหรือไม่สามารถสอดรับต่อความต้องการซื้อได้นั้น ในปัจจุบันปัญหาดังกล่าวได้ลดลงและคาดว่าในปีหน้าจะมีเพียงพอต่อความต้องการได้ เพราะสายการผลิตได้เห็นถึงปัญหาต่อเรื่องดังกล่าว จึงมีการจัดวางแผนและเพิ่มจำนวน การผลิตให้รองรับแต่ความต้องการของในแต่ละประเทศไทย อีกทั้งปัญหาดังกล่าวลดลงได้เนื่องจาก การแบ่งกลุ่มสินค้าชัดเจน จึงสามารถที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตให้ได้ทันต่อความต้องการได้มากขึ้น นาย เมกะตะ กล่าวอีกว่า ในงานคอมมูนิคเอเชีย 2006 จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายน ทาง โซนี่ อีริคสัน ได้ทำการเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีด้วย เช่นกัน โดยได้นำโทรศัพท์ที่จะวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้กว่า 10 รุ่น อุปกรณ์ต่อพ่วง รวมถึง การแสดงรูปแบบการนำไปประยุกต์ใช้รองรับชีวิตประจำวันบนเทคโลยี 3จี และในรูปแบบคอนเวอร์เจนต์ระหว่างฟิกส์ไลน์กับโมบาล์ย โดยได้แบ่งตามหมวดหมูหรือกลุ่มตามชนิดผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม Cyber Shot รองรับการถ่ายภาพ 2.กลุ่ม Wolkman รองรับเสียงเพลง 3.กลุ่ม Business รองรับใช้งานเอกสาร-อีเมล์ และ 4. กลุ่ม Entry หรือ ทั่วไป ใช้งานพื้นฐาน อาทิ M600i มือถือแบล็กเบอรี่ ที่สามารถ รองรับเครือข่าย UMTS 2100 GPRS มาพร้อมหน่วยความจำในเครื่อง 80MB มีโปรแกรมรับส่งอีเมล์ Blackberry ยอดนิยม โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Opera8 สามารถเล่นไฟล์เพลง MP3 ได้ หรือ P990i โทรศัพท์รองรับงานด้านเอกสาร อีเมล์ แบบฝาพับ หน้าจอกว้าง รองรับการใช้งานได้ทั้ง 3จี ระบบจีเอสเอ็ม ไว-ไฟ พร้อมหน่วยความจำภายในเครื่อง 80MB ที่เตรียมจะวางตลาดไทยในปลายปีนี้ Company Related Link: Sony Ericsson โนเกียยุติบทบาท CDMA เปิดใจแยกทาง”ซันโย”ด้วยดีJune 23, 2006
โนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกประกาศยุติการผลิตโทรศัพท์ในระบบซีดีเอ็มเอ (Code Division Multiple Access : CDMA) แล้ว ด้วยเชื่อว่าตลาดของเครือข่ายซีดีเอ็มเอ กำลังจะตีบตันในอนาคตอันใกล้ พร้อมยกเลิกแผนจับมือกับซันโย อิเล็กทรอนิกส์ในการพัฒนามือถือบนระบบดังกล่าวด้วย ในการนี้ โนเกียจะยังคงใช้ชื่อแบรนด์ของโนเกียกับโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอที่ผลิตจากโรงงานที่มีสัญญาระหว่างกันไว้ต่อไป ซึ่งส่วนมากจะเป็นเครื่องที่ผลิตเพื่อตลาดในอเมริกาเหนือ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ เครือข่ายซีดีเอ็มเอได้รับความนิยมสูง จากการวิเคราะห์ของโนเกียพบว่า ซีดีเอ็มเอเป็นเครือข่ายที่ได้รับความนิยมน้อย โดยมีใช้งานเพียง 25 - 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลก 2 พันล้านหมายเลขเท่านั้น ขณะที่ระบบจีเอสเอ็มกลับครองส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ได้มากกว่าถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนผู้ใช้ประมาณ 1,400 ล้านหมายเลขเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้น จำนวนผู้ใช้เครือข่ายจีเอสเอ็มก็เติบโตรวดเร็วกว่าซีดีเอ็มเอด้วยเนื่องจากตัวเครื่องมีราคาถูกกว่าเครื่องในระบบซีดีเอ็มเอ โดยเครื่องในระบบจีเอสเอ็มที่มีราคาถูกที่สุดนั้นตกราคาเครื่องละ 30 เหรียญสหรัฐเท่านั้น (ประมาณ 1,152.90 บาท) ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการตัดสินใจเมินระบบซีดีเอ็มเอในครั้งนี้มาจากการครอบครองลิขสิทธิ์ในเทคโนโลยีเครือข่ายซีดีเอ็มเอเกือบทั้งหมดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวของค่ายควอลคอมม์ ซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวต้องเสียค่าไลเซนต์ให้กับทางควอลคอมม์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการปรับโครงสร้างแผนกซีดีเอ็มเอของโนเกียนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 190 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเริ่มในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยทางโนเกียจะยุติการวิจัยและผลิตเครื่องลูกข่ายระบบซีดีเอ็มเอ อย่างสิ้นเชิงในเดือนเมษายนปีหน้า จาริ ฮอนโก (Jari Honko) นักวิเคราะห์จากอีคิวแบงค์ในกรุงเฮลซิงกิกล่าวว่า การยุติแผนควบรวมระหว่างโนเกียและซันโยอาจเนื่องจากพวกเขารู้สึกถึงภาวะอิ่มตัวในตลาดซีดีเอ็มเอแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้บ่งชี้ว่าหนทางของซีดีเอ็มเอกำลังถดถอยลง และนโยบายของโนเกียนั้นมุ่งที่จะพัฒนาในเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากกว่า ฮอนโกยังกล่าวอีกด้วยว่า การตัดสินใจของนายโอลลิ เปกกา คาลลาสวูโอ (Olli-Pekka Kallasvuo) ซีอีโอของโนเกียเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กรอย่างแท้จริง ด้านนายโคอิชิ มาเอดะ รองประธานบริษัทซันโยได้กล่าวว่า ทางซันโยจะกลับไปทบทวนแผนอีกครั้งหลังจากไม่สามารถควบรวมกับโนเกียได้สำเร็จ และจะประกาศกลยุทธ์สำหรับใช้ในอนาคตของบริษัทอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น โนเกียตั้งเป้าว่าในระยะยาวจะต้องครอบครองส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือโลกจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ โดยเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ แม้จะไม่มีการควบรวมกับบริษัทใด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม "เราจะไม่ปรับลดยอดส่วนแบ่งตลาดที่เคยตั้งเป้าเอาไว้เด็ดขาด" ไค โออิสตาโม (Kai Oistamo) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจโทรศัพท์มือถือของโนเกียกล่าวให้สัมภาษณ์ Company Related Links : Nokia Sanyo |
|
|