| 個人檔案モーバイル ユナイテッド相片部落格清單 | 說明 |
|
|
2006年9月 Fujitsu เกริ่นนำ2ฮาร์ดดิสก์ไดร์วใหม่ พร้อมเปิดตัวต.ค.นี้August 31, 2006 Corrected - ฟูจิตสึเตรียมเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ไดร์วซีรีย์ MHW2 BH ขนาด 2.5 นิ้ว ความจุมากถึง 80GB และ 160GB หวังเจาะตลาดโมบายล์พีซี ด้วยเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลในแนวดิ่งที่ทำให้จุข้อมูลได้มากขึ้น พร้อมแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการทั่วโลกตุลาคมนี้ ด้วยความสามารถที่ทำให้การบันทึกมีความจุมากกว่าการบันทึกข้อมูลในแนวนอน จึงทำให้เทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลในแนวดิ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตหลายค่ายให้ความสนใจในการผลิตฮาร์ดไดร์วมากขึ้น ในเวลานี้ ฟูจิตสึให้รายละเอียดเกริ่นนำเพียงเล็กน้อยเพียงแค่ว่า ฮาร์ดดิสก์รุ่นความจุ 160GB มีนามประจำตัวว่า MHW2160BH และรุ่น MHW2080BH ความจุ 80GB ทั้งสองรุ่นมีความเร็วรอบสูงสุดที่ 5,400 rpm และสำหรับรายละเอียดอย่างเจาะลึกจะมีการเปิดเผยพร้อมกับการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้ "ไม่เพียงแต่การบันทึกที่ให้ความจุมากขึ้น แต่ฮาร์ดไดร์วรุ่นใหม่ทั้งสองตัวนี้ยังมีความทนทานต่อการใช้งานได้ทุกรูปแบบ รวมถึงการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเชื่อว่าจะโดนใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี" แม้จะยังไม่มีการตั้งราคาจำหน่าย แต่ฟูจิตสึได้ตั้งเป้ายอดขายทั้งสองรุ่นไว้แล้ว โดยรุ่น MHW2 BH ที่มีขนาด 80GB วาดไว้ 6 ล้านหน่วย และMHW2 AT ที่มีขนาด 160GB ตั้งไว้ที่ 3 ล้านหน่วย Company Related Link: Fujitsu Credit: Manager Online เจ้าหน้าที่จากฟูจิตสึให้ความเห็น 2006年8月 Intel ส่ง 3 เครื่องมือพัฒนาสำหรับซีพียูมัลติคอร์August 29, 2006 อินเทลส่ง 3 เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาหวังใช้ดึงพลังของมัลติคอร์ออกมาให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ประกอบด้วย เธรดดิ้ง บิวดิ้ง บล็อก 1.0 (Threading Building Blocks 1.0), เธรด เช็คเกอร์ 3.0 (Thread Checker 3.0) และเธรด โปรไฟเลอร์ 3.0 (Thread Profiler 3.0) เจมส์ เรนเดอร์ส (James Reinders) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจของอินเทลกล่าวว่า "อินเทลไม่ต้องการให้นักพัฒนาต้องเขียนโค้ดโปรแกรมในการจัดการเธรดต่าง ๆ ด้วยตนเองอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่เราทำคือการค้นหาว่าโดยทั่วไปแล้วนักพัฒนาไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดบ้าง" เธรดดิ้ง บิวดิ้ง บล็อก 1.0 (Threading Building Blocks 1.0) รองรับการทำงานกับวินโดวส์ ลินุกซ์ และแมคโอเอส มาพร้อมกับเทมเพลตไลบรารีของ C++ สนับสนุนการทำงานแบบข้ามแพลตฟอร์ม (Cross Platform) ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันทำเพียงครั้งเดียวแต่สามารถใช้บนโอเอสหลายระบบได้ นอกจากนั้น ความสามารถของโปรแกรมยังช่วยให้นักพัฒนาทุ่มเวลาไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชันได้มากขึ้น โดยไม่ต้องมากังวลกับการจัดการเธรดที่เกี่ยวข้องกับด้านเมคานิค ต่อมาได้แก่โปรแกรมเธรด เช็คเกอร์ 3.0 (Thread Checker 3.0) และเธรด โปรไฟเลอร์ 3.0 (Thread Profiler 3.0) เป็นสองโปรแกรมที่สนับสนุนการทำงานบนระบบ 64 บิต และภายในเธรด เช็คเกอร์ 3.0 ได้มีการเพิ่มคอมมานด์ไลน์ (Command Line) สำหรับรับคำสั่งได้ด้วย ซึ่งความสามารถนี้สามารถต่อยอดซอฟต์แวร์และนำไปใช้ในกระบวนการประกันคุณภาพได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นภายในเธรด เช็คเกอร์เวอร์ชันใหม่นี้ยังสนับสนุนลินุกซ์ด้วย ในส่วนของเธรด โปรไฟเลอร์นั้นจะมีไทม์ไลน์ (Timeline) หรือเส้นแสดงเวลาในการทำงานของแต่ละเธรดด้วย เพื่อใช้ในการวิเคราห์การทำงานแอปพลิเคชัน ข่าวดีอีกข่าวหนึ่งก็คือ ทั้งเธรด เช็คเกอร์และเธรด โปรไฟเลอร์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของวิชวล สตูดิโอ 2005 (Visual Studio 2005 development platform) ไปแล้วด้วย สำหรับการทำงานของเธรด โปรไฟเลอร์ 3.0 นั้นทำหน้าที่แสดงผลว่าแต่ละเธรดกำลังทำงานอะไรอยู่ ตลอดจนโชว์สถานะของงานที่เธรดต่าง ๆ ทำอยู่ด้วยว่ากำลังเดินหน้า หรืออยู่ระหว่างรอ ความสามารถดังกล่าวช่วยให้นักพัฒนาสามารถเจาะลึกเข้าไปถึงประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันได้ดียิ่งขึ้น ราคาของ เธรดดิ้ง บิวดิ้ง บล็อก 1.0 และเธรด โปรไฟเลอร์คาดว่าจะอยู่ที่ 299 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เธรด เช็คเกอร์ 3.0 นั้นคาดว่าจะอยู่ที่ 999 เหรียญสหรัฐ Company Related Links : Intel Credit: Manager Online Google ส่งชุด Google Apps ถ่อมตัวไม่ใช่คู่แข่งไมโครซอฟท์August 28, 2006 กูเกิลส่ง "Google Apps" ชุดแพ็กเกจซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานในองค์กรธุรกิจ หวังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการไอทีโลก ประกอบด้วยจีเมล บริการฟรีอีเมลเนื้อที่มหาศาล, Google Calendarโปรแกรมปฏิทินออนไลน์, Google Talk โปรแกรม Instant-Messaging และสุดท้ายกับ Page Creator โปรแกรมสร้างเว็บเพจ ชุดโปรแกรมที่กูเกิลพัฒนาออกมานี้มีเวอร์ชันฟรีสำหรับใช้ในธุรกิจขนาดกลาง, มหาวิทยาลัย และองค์กรที่ไม่แสวงกำไรด้วย ซึ่งตามแผนที่วางไว้ กูเกิลยังจะมีเวอร์ชันพรีเมียมสำหรับเจาะกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐด้วย โดยจะเป็นเวอร์ชันที่ไม่มีโฆษณา และผู้ดูแลระบบสามารถปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนควบคุมฟีเจอร์บางอย่างได้ ซึ่งรายละเอียด-ราคาของเวอร์ชันพรีเมียมดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด "เป้าหมายหลักของชุดซอฟต์แวร์นี้คือคุณสามารถทดลองใช้งานฟีเจอร์ใหม่ได้ตลอดเวลา" Dave Girouard ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายเอนเทอร์ไพรส์ของกูเกิลกล่าว และเขายังได้เพิ่มเติมอีกว่า อนาคตอาจมีการรวมโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์และกูเกิลสเปรดชีทเข้าไว้ใน Google Apps ด้วย ซู เฟลด์แมน นักวิเคราะห์จากไอดีซีกล่าวว่า การเปิดตัว Google Apps เป็นปัจจัยที่ผลักให้กูเกิลก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งของไมโครซอฟท์ในธุรกิจซอฟต์แวร์อย่างเปิดเผย "ความยุ่งยากในการใช้งานซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ ผนวกกับระยะเวลาในการพัฒนาวินโดวส์ วิสต้าที่ค่อนข้างยาวนาน ส่งผลให้ลูกค้าของไมโครซอฟท์พิจารณาหาทางเลือกมากขึ้นว่าพวกเขาต้องการอัปเดทไปใช้วิสต้าหรือหันไปทดลองโปรแกรมที่ทำงานได้ง่ายกว่าอย่าง Google Apps" Martin Pyykkonen นักวิเคราะห์จาก Global Crown Capital กล่าว ด้าน Girouard ผู้บริหารจากกูเกิลได้พยายามเน้นว่า โปรแกรม Google Apps ไม่ใช่โปรแกรมที่ถูกออกแบบมาแทนที่ซอฟต์แวร์หลักของไมโครซอฟท์อย่างวินโดวส์ หรือออฟฟิศ แต่เขาเชื่อว่า บริษัทต่าง ๆ จะหันมารันทั้งสองแอปพลิเคชัน (Google Apps และโปรแกรมของไมโครซอฟท์) ไปพร้อม ๆ กันมากกว่า "เราไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเป็นทางเลือกจากวินโดวส์ และไม่ต้องการใช้มันสำหรับกำจัดแอปพลิเคชันใด ๆ เพียงแต่ต้องการเสนอทางใหม่ในการทำงานเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหลุดพ้นจากปัญหาเดิม ๆ ที่ต้องเผชิญมานานหลายปี" Girouard Company Related Links : Microsoft Credit: Manager Online 2006年8月 มะกันตรวจแบตคอมพ์ทั่วตลาด กันข้อผิดพลาดแบบเดลล์August 16, 2006 คณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยของสินค้าเพื่อผู้บริโภคแห่งสหรัฐอเมริการื้อตลาดคอมพิวเตอร์แลปท็อปทั่วสหรัฐอเมริกา เผยต้องการตรวจสอบแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่ผลิตจากโรงงานโซนี่ที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์แลปท็อปยี่ห้ออื่นเพิ่มเติม หลังจากเดลล์ประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการไอที 4.1 ล้านชิ้น "เราสืบทราบมาว่าแบตเตอรี่โซนี่มีใช้งานในแลปท็อปหลายยี่ห้อ ไม่เฉพาะแต่เดลล์ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวไม่ได้ทำอันตรายแก่ผู้บริโภครายอื่น ๆ ด้วย" นายสก็อตต์ วูฟสัน โฆษกของคณะกรรมการฯ กล่าวและเปิดเผยว่า ไม่เฉพาะแต่แบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์แลปท็อป แต่ทางคณะกรรมการฯ จะตรวจสอบไปถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานในโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล กล้องดิจิตอล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ด้วย เพียงแต่ในขั้นเริ่มต้นจะมุ่งไปที่แบตเตอรี่คอมพิวเตอร์ก่อนเป็นหลัก โซนี่นอกจากใช้กับคอมพิวเตอร์เดลล์แล้ว แบตเตอรี่โซนี่ยังมีใช้งานในคอมพิวเตอร์แลปท็อปยี่ห้อฮิวเล็ตต์แพกการ์ด, แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ และเลอโนโวด้วย วูฟสันกล่าวว่าได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัทและกลุ่มผู้บริโภคให้ช่วยส่งรายงานความผิดปกติของสินค้าที่มีการใช้งานแบตเตอรี่เข้ามายังคณะกรรมการเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาด้วย โรเจอร์ เคย์ จากบริษัทวิจัยตลาด เอ็นพอยต์ เทคโนโลยี แอสโซซิเอทส์คาดการณ์ว่า มูลค่าในการเรียกคืนแบตเตอรี่ของเดลล์ครั้งนี้อาจสูงถึง 200 - 300 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับจำนวนของลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ด้วย แม้ว่าจะมีการเรียกคืนแบตเตอรี่จากโซนี่ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์เดลล์ไปแล้ว แต่ฟากผู้ผลิตแลปท็อปรายอื่น ๆ เช่นฮิวเล็ตต์แพกการ์ด, แอปเปิ้ล, และเลอโนโวยังไม่มีการขยับตัวแต่อย่างใด โดยโฆษกของฮิวเล็ตต์แพกการ์ด ไรอัน โดโนวาน (Ryan Donovan) กล่าวว่า "เป็นปัญหาของเดลล์ที่จะต้องแก้ไข" ขณะที่โฆษกของเลอโนโวกล่าวว่า ทางบริษัทยังไม่มีแผนจะเรียกคืนแบตเตอรี่ในตอนนี้แต่อย่างใด ซินดี้ ชอว์ นักวิเคราะห์จาก Moors & Cabot Capital Markets กล่าวว่า "ความผิดพลาดของเดลล์ครั้งนี้อาจมีมูลค่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจริงมาก เนื่องจากภาพลักษณ์ของเดลล์เสื่อมเสียไปแล้วในสายตาของผู้บริโภค และอาจทำให้เดลล์ไม่สามารถโกยยอดซื้อคอมพิวเตอร์ในช่วงเปิดเทอมของปีนี้ได้อีก" Company Related Links : Sony Dell Credit: Manager Online Apple ครองแชมป์ผู้ใช้มะกันเทคะแนนพอใจสูงสุดAugust 16, 2006 การสำรวจดัชนีความพึงพอใจของผู้บริโภคชาวอเมริกันชิ้นล่าสุดพบว่า แอปเปิลเป็นแบรนด์คอมพิวเตอร์พีซีที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้มากที่สุด เฉือนชนะผู้ผลิตในตลาดเดียวกันอย่างเดลล์ เอชพี และผู้ผลิตรายอื่นๆ การสำรวจดัชนีความพึงพอใจของผู้บริโภคชาวอเมริกันหรือ American Customer Satisfaction Index (ACSI) นี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเพื่อคุณภาพชีวิตชาวอเมริกันหรือ American Society for Quality (ASQ) และมหาวิทยาลัยแห่งมิชิแกน (University of Michigan) ซึ่งการสำรวจพบว่าตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ความพึงพอใจของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซีโดยรวมนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีตลอด โดยตัวเลขระดับความพึงพอใจนั้นสูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา คะแนนเต็มในการจัดระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคนี้อยู่ที่ 100 คะแนน การสำรวจพบว่าแอปเปิลสามารถทำคะแนนได้ 83 คะแนน เพิ่มขึ้น 2.5 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 7.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 1995 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มมีการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซี ด้านยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตพีซีอย่างเดลล์ ผู้บริโภคเทคะแนนให้เดลล์เฉลี่ย 78 คะแนน พ่ายแอปเปิลไปแม้จะสามารถเพิ่มระดับความพอใจได้ราว 5.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคะแนนที่ได้รับในปีที่แล้ว ระดับความพอใจที่เพิ่มขึ้นของเดลล์เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับส่วนแบ่งตลาดและผลกำไรที่ลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา สำหรับตัวเลขความพึงพอใจของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซีโดยรวมในปีนี้ อยู่ที่ 77 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 4 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงที่สุดนับจากที่มีการเก็บสถิติมา ซึ่งแนวโน้มความพอใจที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว ข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้ถูกรวบรวมจากการสุ่มสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ได้มีจำนวนกว่า 70,000 ราย ซึ่งการสำรวจนั้นไม่ได้ครอบคลุมที่กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซีอย่างเดียว แต่ยังมีการสำรวจระดับความพอใจของบริการในกลุ่มอี-บิสิเนสอย่างกูเกิล (Google) ยาฮู (Yahoo) และเอโอแอล (AOL) ด้วย กูเกิลสามารถครองแชมป์ผู้บริโภคเทคะแนนความพึงพอใจให้สูงที่สุดในกลุ่มนี้ 81 คะแนน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสถิติปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเว็บเสิร์ชเอนจิ้นรายใดที่สามารถทำคะแนนไล่ตามกูเกิลได้ เนื่องจากคู่แข่งในตลาดเดียวกันอย่างยาฮูสามารถทำได้ 76 คะแนน ลดลง 4 คะแนน เมื่อเทียบระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคในกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซีและกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตลาดคอมพิวเตอร์พีซียังไม่สามารถสร้างความพึงพอใจได้มากเท่ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ทั่วไปได้ โดยกลุ่มตัวอย่างระบุว่า พอใจที่จะติดต่อกับดีลเลอร์ผู้จำหน่ายรถยนต์มากกว่าที่จะต้องติดต่อผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซี และส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พบปัญหาในการใช้งานคอมพิวเตอร์พีซีมากกว่าการใช้งานรถยนต์และเครื่องใช้ทั่วไป Company Related Links : ACSI Credit: Manager Online Dell อ่วมเจอเรียกคืนแบตเตอรี่ 4.1 ล้านชิ้นAugust 15, 2006 เดลล์อ่วมไม่เลิก หลังโดนสื่อจีนประโคมข่าวผู้ผลิตพีซีเบอร์หนึ่งของโลกประกอบธุรกิจเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค ติดตั้งโปรเซสเซอร์ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไม่ตรงกับคำโฆษณาในโบรชัวร์ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตรงตามที่สเป็คคอมพ์แสดงไว้ ล่าสุดคณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยของสินค้าเพื่อผู้บริโภคแห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กของเดลล์จำนวน 4.1 ล้านชิ้นคืนโดยด่วน ประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กครั้งนี้มีผลกับคอมพิวเตอร์รุ่น Inspiron, Latitude และ Precision รวมถึง XPS ที่จำหน่ายไปในระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2004 ถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2006 ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ผลิตโดยโรงงานของบริษัทโซนี่ เนื่องจากเดลล์ได้รับเอกสารร้องเรียนถึงปัญหาความร้อนเกินพิกัด และทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์จำนวน 6 ครั้งแล้ว อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โรเจอร์ เคย์ นักวิเคราะห์จากเอนพอยต์ เทคโนโลยี แอคโซซิเอทส์กล่าวว่า "การเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กครั้งนี้ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว" สำหรับผู้ผลิตอย่างโซนี่ก็ประกาศจะร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนแบตเตอรี่ 4.1 ล้านชิ้นนี้ด้วย โดยทางโฆษกของบริษัท ริค เคลนซี่ กล่าวว่า "โซนี่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาของแบตเตอรี่มานานกว่า 1 เดือนแล้ว เนื่องจากเราได้รับรายงานว่าแบตเตอรี่ของเราก่อให้เกิดประกายไฟหรือควันจากการใช้งานคอมพิวเตอร์แลปท็อป และเราจะให้ความช่วยเหลือแก่เดลล์ทั้งในด้านการเงินและข้อมูลด้านวิศวกรรม" แต่เขาไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของความช่วยเหลือที่โซนี่จะมอบให้แก่เดลล์ในครั้งนี้แต่อย่างใด คอมพิวเตอร์รุ่นที่ได้รับผลกระทบต่อปัญหาแบตเตอรี่ประกอบด้วย Latitude D410, D500, D505, D510, D520, D600, D610, D620, D800, D810 / Inspiron 6000, 8500, 8600, 9100, 9200, 9300, 500m, 510m, 600m, 6400, E1505, 700m, 710m, 9400, E1705 / Dell Precision M20, M60, M70 และ M90 mobile workstations / XPS, XPS Gen2, XPS M170 และ XPS M1710 นอกจากนั้น เดลล์ยังได้เปิดเว็บไซต์เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าไปลงทะเบียนรับความช่วยเหลือได้ที่ www.dellbatteryprogram.com หรือโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1-866-342-0011 (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ก่อนหน้านี้ เดลล์เคยมีการเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กจำนวน 22,000 ชิ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ผู้บริโภคที่ใช้คอมพิวเตอร์เดลล์และไม่มั่นใจ ทางบริษัทแนะนำให้ถอดแบตเตอรี่ออกก่อนเพื่อความปลอดภัยและใช้ไฟฟ้าผ่านสายชาร์จแบตเตอรี่แทนไปก่อน Company Related Links : Dell Credit: Manager Online 2006年8月 Google ผนึก Real-Mozilla เร่งทำตลาดก่อน Vista มาAugust 4, 2006
กูเกิลเร่งเครื่องทำตลาดก่อนวิสต้าจะคลอด ชิงโกยส่วนแบ่งในตลาดให้กับ"กูเกิลทูลบาร์"ก่อนที่"เอ็มเอสเอ็นทูลบาร์"ฉบับพ่วงลงในวินโดวส์วิสต้า ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันล่าสุดของไมโครซอฟท์จะเผยโฉม ใช้ลูกไม้เรือพ่วงอีกครั้งด้วยการพ่วงซอฟต์แวร์ค้นหาไปกับผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ด้านมัลติมีเดียและความบันเทิงของเรียล พร้อมด้วยโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ดาวรุ่งน้องใหม่จากมอซิลลา หลังจากที่เริ่มพ่วงโปรแกรมไปกับผลิตภัณฑ์ของเดลล์และอโดบีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
กูเกิล (Google Inc.) เรียลเน็ตเวิร์กส์ (RealNetworks Inc.) และมอซิลลา (Mozilla Corp.) ประกาศแผนการทำพีอาร์หรือการทำประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ร่วมกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ โดยทั้งสามจะพ่วงผลิตภัณฑ์ของตัวเองเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งเบราเซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์ (Firefox) ของมอสซิลลา โปรแกรมกูเกิลทูลบาร์ (Google Toolbar) และโปรแกรมเรียลเพลเยอร์ (RealPlayer) สำหรับเล่นไฟล์เพลงและวีดีโอของเรียลเน็ตเวิร์กส์ แผนทำตลาดล่าสุดของกูเกิลเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์แนบแน่นหลายขวบปีกับเรียลเน็ตเวิร์กส์และมอซิลลา ถือเป็นการพ่วงซอฟต์แวร์ 3 ค่ายที่ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะส่งให้ชื่อของทั้งสามติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว และแม้ทั้งสามจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินแต่อย่างใด กูเกิลทูลบาร์เป็นโปรแกรมประเภททูลบาร์สำหรับติดตั้งเพิ่มลงในเบราเซอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการได้สะดวกและรวดเร็วเพราะไม่ต้องเสียเวลาเข้าสู่เว็บไซต์กูเกิลดอทคอมอย่างเคย ก่อนหน้านี้ กูเกิลเคยประกาศความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อย่างเดลล์ (Dell Inc.) และผู้ผลิตซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์อย่างอโดบี (Adobe Systems Inc.) เพื่อหาช่องทางกระจายซอฟต์แวร์กูเกิลทูลบาร์ไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยความตกลงที่เกิดขึ้นระหว่างเรียลและมอซิลลาของกูเกิลในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการตกลงที่ใหญ่ที่สุดที่กูเกิลเคยทำมา ข้อตกลงที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นการต่อยอดสัญญาพ่วงชุดผลิตภัณฑ์ระหว่างกูเกิลและเรียลเน็ตเวิร์กส์กำหนดระยะสัญญา 2 ปี สาเหตุที่ทำให้การหาหนทางกระจายซอฟต์แวร์กูเกิลทูลบาร์ของกูเกิลมีความสำคัญ คือการที่กูเกิลต้องแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ (Microsoft Corp.) เนื่องจากกูเกิลนั้นต้องรีบหาทางรับมือการออกสู่ตลาดของวินโดวส์วิสต้า (Vista) ที่มีการพ่วงฟีเจอร์สืบค้นข้อมูลมากขึ้นกว่าวินโดวส์เอ็กซ์พีเวอร์ชันก่อนๆมากนัก รวมถึงโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นทูลบาร์ซึ่งเป็นโปรแกรมประเภทเดียวกับกูเกิลทูลบาร์ แน่นอนว่าต้องส่งผลกระทบต่อเจ้าของตลาดเสิร์ชข้อมูลอย่างกูเกิลไม่มากก็น้อย ทั้งกูเกิล เรียลเน็ตเวิร์กส์และมอซิลลาต่างก็มีไมโครซอฟท์เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ โดยเฉพาะมอซิลาเจ้าของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์ เบราเซอร์ทางเลือกใหม่ที่แย่งส่วนแบ่งตลาดบางส่วนจากไออีหรือ Internet Explorer ของไมโครซอฟท์ไปได้บางส่วน สำหรับรูปแบบการพ่วงซอฟต์แวร์ของทั้งสาม รายงานของรอยเตอร์สระบุว่ากูเกิลทูลบาร์และไฟร์ฟ็อกซ์จะเป็นออปชันที่ให้ลูกค้าของเรียลเพลเยอร์ได้เลือกติดตั้งลงในเครื่อง ทั้งบริการเพลงออนไลน์ราฟโซดี้ (Rhapsody) และบริการดาวน์โหลดเกมเรียลอาร์เคด (RealArcade) Company Related Links : RealNetworks Mozilla Credit: Manager Online 2006年7月 มาแล้ว Core2Duo และ Core2Extreme จากอินเทลJuly 27, 2006
อินเทลโชว์ตัว 2 โปรเซสเซอร์เจเนอเรชันใหม่ "คอร์ทูดูโอ" (Core 2 Duo) แบรนด์ชิปตระกูลใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและแลปทอปของอินเทลที่ถูกการันตีว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าตระกูลเพนเทียมถึง 40 เปอร์เซ็นต์ พร้อมด้วย "คอร์ทูเอ็กซ์ตรีม" (Core 2 Extreme) ชิปไฮเอนด์สำหรับคอเกมและเซียนคอมพิวเตอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อินเทลประกาศว่าส่งชิปทั้งสองรุ่นให้กับผู้ผลิตพีซีแล้ว คาดว่าเดสก์ทอปพลังคอร์ทูดูโอจะสามารถวางแผงได้ช่วงต้นเดือน ขณะที่แลปทอปจะลงตลาดตามหลังในช่วงปลายเดือน ส่วนเดสก์ทอปคอร์ทูเอ็กซ์ตรีมยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน
จากชื่อโค้ดเนมเดิม คอนโรว์หรือ Conroe (สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป) และเมอรอมหรือ Merom (สำหรับคอมพิวเตอร์แลปทอป) อินเทลรวมชิปทั้งสองตัวนี้ให้อยู่ภายใต้ชื่อ "คอร์ทูดูโอ" สำหรับคอมพิวเตอร์พีซี ขณะเดียวกันก็ตั้งชื่อเรียกต่างหากให้กับชิปประสิทธิภาพสูงพิเศษสำหรับคอเกมและผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีว่า "คอร์ทูเอ็กซ์ตรีม" การเปิดตัวคอร์ทูดูโอของอินเทลถือเป็นก้าวสำคัญเทียบเท่ากับการเปิดตัวชื่อเพนเทียม (Pentium) ของอินเทลในปี 1993 แถมครั้งนี้ยังมีความสำคัญกว่าเนื่องจากการเติบโตของคู่แข่งอย่างเอเอ็มดี (AMD) ที่ขยายวงเข้าสู่พื้นที่ซึ่งเคยเป็นของอินเทลมาก่อนด้วย ครั้งนี้ อินเทลชิงเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นก่อนการเปิดตัวในสหรัฐฯ โดยเปิดตัวโปรเซสเซอร์สำหรับแลปทอปจำนวน 5 รุ่น และโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ทอปอีก 5 รุ่น (โปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ทอปจำนวน 5 รุ่นนี้รวมคอร์ทูเอ็กซ์ตรีม โปรเซสเซอร์ไฮเอนด์สำหรับคอเกมแล้ว) ทิม ไบเลย์ (Tim Bailey) ผู้อำนวยการแผนกรูปแบบการตลาดของอินเทลภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกระบุว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีมองว่าชิปคอร์ทูดูโอจะทำให้สามารถเปิดตลาดกลุ่มใหม่ได้ เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานที่เยี่ยมยอดสมราคา โดยราคาชิปตระกูลคอร์ทูดูโอที่ถูกที่สุดคือ 1.86GHz Core 2 Duo E6300 ราคา 183 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,950 บาท) ส่วนรุ่นที่แพงที่สุดคือ 2.93GHz Core 2 Extreme X6800 ราคา 999 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,000 บาท) ส่วนราคาชิปสำหรับแลปทอปยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด คอร์ทูดูโอและคอร์ทูเอ็กซ์ตรีมเป็นชิปสำหรับคอมพิวเตอร์พีซีรุ่นแรกที่อินเทลเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมใหม่ที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า "คอร์" เช่นเดียวกับที่ใช้ในชิป Xeon ดูอัลคอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์รุ่นล่าสุดโค้ดเนม Woodcrest ที่อินเทลเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้ชิปนี้กินไฟน้อยกว่าชิปที่ใช้สถาปัตยกรรม NetBurst เดิมซึ่งอินเทลใช้มาตลอด 6 ปีตั้งแต่ปี 2000 ถือเป็นการปลดระวางสถาปัตยกรรม NetBurst อย่างเต็มตัว เนื่องจากผลเสียเรื่องอัตราการบริโภคพลังงานที่สิ้นเปลืองเกินไป และมีความร้อนสูงในขณะทำงาน นอกจากจะใช้สถาปัตยกรรมใหม่ คอร์ทูดูโอและคอร์ทูเอ็กซ์ตรีมยังมีคอร์ประมวลผลจำนวน 2 ตัวรวมอยู่บนชิปเดียว ทั้งหมดนี้อินเทลการันตีว่าชิปคอร์ทูดูโอจะมีประสิทธิภาพมากกว่าเพนเทียมราว 40 เปอร์เซ็นต์แต่จะกินไฟน้อยกว่าเนื่องจากชิปทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาสำหรับเทคโนโลยีการผลิตขนาด 65 นาโนเมตร โดยคอร์ทูดูโอใช้ไฟราว 65 วัตต์ เทียบกับ Pentium 4 ที่ใช้พลังงาน 95 วัตต์และ Pentium D ราว 130 วัตต์ เอชพี (Hewlett-Packard) นั้นระบุว่าจะใช้ชิปคอร์ทูดูโอในเวิร์กสเตชันรุ่นล่าสุด xw4400 workstation แทนชิป Pentium 4 และ Pentium D ที่เคยใช้ในรุ่น xw4300 แน่นอน โดยฌอน ทัคเกอร์ (Sean Tucker) ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของเอชพีให้สัมภาษณ์ว่าถือเป็นข่าวดีของผู้บริโภคที่จะได้ใช้ชิปซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าในขณะที่สามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ขณะนี้อินเทลเริ่มส่งคอร์ทูดูโอให้กับบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีแล้วแต่ผลิตภัณฑ์คอร์ทูดูโอจะยังไม่สามารถวางตลาดได้ในทันที โดยอินเทลคาดว่าเดสก์ทอปพลังคอร์ทูดูโอจะสามารถลงตลาดได้จริงราวต้นเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์แลปทอปจะลงตลาดในช่วงปลายเดือน ส่วนคอร์ทูเอ็กซ์ตรีมนั้นยังไม่มีกำหนดการวางตลาดที่แน่นอน การเปิดตัวชิปคอร์ทูดูโอถูกมองว่าเป็นการจบ"ยุคเพนเทียม (Pentium)"ชิปยอดฮิตสำหรับคอมพิวเตอร์พีซีของอินเทลอย่างเต็มตัว หลายเสียงวิเคราะห์ว่าการเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีเป็นการกระตุ้นความต้องการของตลาดหลังจากที่ค่อนข้างเงียบเหงาในไตรมาส 2 กระตุ้นความต้องการ ตลาดคอมพิวเตอร์พีซีแม้จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่นักวิจัยตลาดระบุว่าตลาดคอมพิวเตอร์พีซีมีแนวโน้มสูงว่าจะชะลอตัวลง การสำรวจที่ผ่านมาพบว่ายอดขายของทั้งอินเทลและเอเอ็มดีในไตรมาสสองของปีมักจะตกลงราว 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดขายในไตรมาสแรกอยู่เสมอ กำหนดการเปิดตัวชิปใหม่ในไตรมาสสามของอินเทลจึงถูกมองว่าเป็นความพยายามกระตุ้นความต้องการในตลาดพีซีอีกครั้ง สถิติการเติบโตของยอดจำหน่ายพีซีในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 13.1 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าอัตราการเติบโตในปีนี้จะลดลงราว 10 เปอร์เซ็นต์ นักวิเคราะห์นั้นมองว่า บริษัทผลิตชิปในตลาดนอกจากจะได้รับผลกระทบจากความต้องการของตลาดที่มักลดลงในช่วงไตรมาสที่สองของปีแล้ว แต่ยังได้รับผลกระทบจากการทำสงครามราคากับยักษ์ใหญ่อินเทล ซึ่งที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าอินเทลนั้นพยายามลดราคาผลิตภัณฑ์ชิปของตัวเองลงเพื่อระบายสินค้าในสต็อกก่อนที่ชิปดูอัลคอร์สถาปัตยกรรมใหม่ของค่ายจะออกวางตลาดอย่างเต็มตัว ทำให้คู่แข่งอย่างเอเอ็มดีต้องปรับลดราคาลงอย่างหนัก รายละเอียดของ Core 2 Duo รายละเอียดของ Core 2 Extreme Company Related Links : Intel Credit: Manager Online |
|
|