| 個人檔案モーバイル ユナイテッド相片部落格清單 | 說明 |
|
|
2006年9月 Download หนังสืออ่านฟรีด้วยกูเกิลบุ๊กเสิร์ชSeptember 1, 2006 กูเกิลอัดฟีเจอร์ใหม่ให้กับบริการค้นหาหนังสือ "Google Book Search" โดยในเวอร์ชันใหม่นี้ ผู้ใช้จะสามารถดาวน์โหลดนิทาน นิยายมาอ่านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์ได้ด้วย บริการค้นหาหนังสือของกูเกิลภายใต้ชื่อ Google Book Search พัฒนาขึ้นไปอีกขึ้น ต่อไปผู้ใช้จะสามารถพิมพ์วรรณกรรมคลาสสิคที่ไม่ติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์มาอ่านได้โดยไม่ผิดกฎหมายในรูปแบบของไฟล์ PDF ซึ่งในจุดนี้ถือเป็นบริการใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ใช้บริการค้นหาหนังสือของกูเกิลจะอ่านได้จากหน้าจอเท่านั้น รายชื่อวรรณกรรมที่สามารถดาวน์โหลดมาอ่านได้จากกูเกิลพรินท์ได้แก่ Ferriar's The Bibliomania, A futurist from 1881's 1931: A Glance at the Twentieth Century, Aesop's Fables, Shakespeare's Hamlet, Abbott's Flatland, Hugo's Marion De Lorme, Dunant's Eine Erinnerung an Solferino, Bol?var's Proclamas และ Dante's Inferno (อ้างอิงจากกูเกิล) บริการค้นหาหนังสือของกูเกิลได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและห้องสมุดจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด, ฮาวาร์ด, สแตนฟอร์ด, มิชิแกน, ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ก ฯลฯ ที่ยอมให้อาสาสมัครจากกูเกิลเข้าไปสแกนหนังสือได้ ซึ่งตามนโยบายของกูเกิล หนังสือที่ทำการสแกนนั้นจะเป็นหนังสือที่ไม่ติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์แล้วเป็นหลัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ กูเกิลถูกสำนักพิมพ์จำนวนมากฟ้องร้องในประเด็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินมหาศาล ในทางตรงกันข้าม สำนักพิมพ์โนเนมหลายแห่งก็อาศัยกูเกิลเป็นที่ประชาสัมพันธ์ผลงานเขียนของนักเขียนในค่าย ซึ่งผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดงานเขียนไปอ่าน-พิมพ์ได้ กูเกิลเปลี่ยนชื่อจากบริการ Google Print มาเป็น Google Book Search เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2004 ผู้ใช้สามารถเข้าไปยังลิงค์ของกูเกิล พรินท์ได้ที่ print.google.com โดยระบบจะรีไดเร็คหน้าเว็บเพจไปที่หน้าของ books.google.com โดยอัตโนมัติ ก่อนหน้านี้ กูเกิลถูกค่ายสำนักพิมพ์ และสมาคมนักหนังสือพิมพ์ของสหรัฐอเมริกาต่อต้านโครงการสแกนหนังสือใส่เว็บไซต์กูเกิลอย่างหนัก เนื่องจากเสิร์ชเอนจินชื่อดังไม่สามารถให้คำตอบต่อกรณีการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์สิ่งพิมพ์เหล่านั้นจากบนเว็บไซต์ได้ อีกทั้งยังให้เหตุผลว่าโครงการดังกล่าวทำให้สำนักพิมพ์ประสบปัญหาขาดรายได้จากการจำหน่ายหนังสือด้วย Company Related Links : books.google.com Credit: Manager Online บลูเรย์ออกศึกบุกตลาดญี่ปุ่น หวังฟันยอดเอชดี ดีวีดีกระจุยAugust 30, 2006 บรรดาหนังเรื่องดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังประเด็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์อย่าง เดอะดาวินชี่ โค้ด และหนังอารมณ์ฮาอย่าง ชิคเค้น ลิตเติ้ล พากันเดินขบวนพาเหรดเข้าค่ายบลูเรย์ ประกาศเตรียมวางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีประเดิมญี่ปุ่นที่แรก ในเวลานี้ มีสตูดิโอชื่อดังจากฮอลลีวูดต่างทยอยเข้าสู่ฟอร์แมตบลูเรย์กันอย่างถ้วนหน้า ส่งผลให้บรรดาหนังจากผลผลิตของค่ายสตูดิโอเหล่านั้นทำเงินให้กับบลูเรย์อยู่ไม่น้อย และทำให้ค่ายเอชดี ดีวีดี ต้องเร่งทำตลาดแข่งเร่งฝีก้าวให้มากขึ้นกว่าเดิม ด้านฟอร์แมต เอชดี ดีวีดี ได้เปิดตัวและจำหน่ายหนังในสังกัดกว่า 40 เรื่องแล้ว รวมถึงหนังที่มีชื่อเสียงและทำเงินได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ กับถ้วยอัคนี รวมถึงหนังสุดซาบซึ้งอย่าง Million Dollar Baby ทั้งนี้บรรค่ายชื่อดังที่เดินเข้าขบวนพาเหรดในสังกัดบลูเรย์ อาทิ วอล์ท ดิสนีย์, โซนี่, โซนี่ พิกเจอร์ส เอ็นเทอร์เทนเมนท์, เวียคอม, พาราเมาท์ พิกเจอร์ส, วอร์เนอร์ บราเธอร์ส, และ เซ็นจูรี ทะเวนตีท์ ฟ็อกซ์ ได้จัดแถลงข่าวเตรียมบุกตลาดแดนปลาดิบเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าการมีพันธมิตรจากค่ายใหญ่ๆ จะสามารถเป็นที่ถูกตาต้องใจผู้บริโภคแดนปลาดิบมากกว่าเอชดี ดีวีดีที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แต่ก็มีบางค่ายที่ไม่อยากสังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นวอร์เนอร์และพาราเมาท์ ที่ยืนยันว่าจะผลิตหนังในสังกัดทั้งสองฟอร์แมต แต่อาจมีเปอร์เซ็นต์ในตลาดโลกให้บลูเรย์มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ด้านยูนิเวอร์แซลได้ประกาศเปิดตัวก่อนหน้าแล้วว่าจะผลิตหนังในฟอร์แมตเอชดี ดีวีดีเช่นกัน ฟอร์แมตบลูเรย์ไม่เพียงมีแม่ทัพใหญ่อย่างโซนี่คุมทัพอยู่ไม่ห่าง แต่ได้กองทัพเสริมจากค่ายไอทีญี่ปุ่นอย่างมัตสึชิตะเจ้าของแบรนด์พานาโซนิค และแม่ทัพน้อยอย่างชาร์ป ฮิตาชิ และไพโอเนียร์ มาช่วยอีกแรง รวมถึง แอปเปิล คอมพิวเตอร์และเดลล์ ค่ายไอทีต่างชาติที่มาช่วยหนุน จึงเป็นกองทัพที่สุดเข้มแข็งในตลาดไอทีญี่ปุ่นอยู่มาก สำหรับเอชดี ดีวีดีเองก็มีโตชิบาและเอ็นอีซีเป็นโต้วโผใหญ่ และมีแรงหนุนที่สำคัญจากอินเทลและไมโครซอฟท์ และด้วยทั้งสองฟอร์แมตต่างมีผู้สนับสนุนเป็นค่ายไอทียักษ์ใหญ่หลายค่าย ทำให้บรรดาผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายต่างทยอยผลิตและจำหน่ายสินค้าที่รองรับการทำงานของทั้งสองฟอร์แมตวางตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ความภักดีต่อเทคโนโลยีของบรรดาสตูดิโอแห่งฮอลลีวูดจะมีลดลงเรื่อยๆ เพราะสตูดิโอเหล่านั้นอาจพิสมัยที่จะให้สินค้าของตนเจาะตลาดได้มากที่สุด มากกว่าจะต้องมานั่งสนใจความภักดีที่อาจทำให้ขาดทุน อีกทั้งการแข่งขันของทั้งสองฟอร์แมตนี้ยังไม่มีวี่แววว่าค่ายไหนจะชนะ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเราจะได้เห็นหนังจากสังกัดต่างๆ ออกมาให้เลือกทั้งในรูปแบบบลูเรย์และเอชดี ดีวีดี Company Related Links: Sony Hitachi Toshiba Credit: Manager Online แอปเปิลดึงซีอีโอกูเกิลร่วมคณะกรรมการบริหารAugust 30, 2006 อีริค ชมิดต์ (Eric Schmidt) ซีอีโอกูเกิลคนดังข้ามห้วยไปอยู่กับค่ายแอปเปิล คอมพิวเตอร์แล้ว โดยจะเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารหลักของบริษัทร่วมกับสตีฟ จ็อบส์ คนดังแห่งวงการไอที ซึ่งหลายฝ่ายยังมองว่าการย้ายค่ายครั้งนี้ของซีอีโอเสิร์ชเอนจินชื่อดังน่าจะส่งผลดีต่อสายสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทมากกว่าผลเสีย "แอปเปิลเป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลกที่ผมสนใจจะร่วมงานด้วยมากที่สุด การได้ร่วมงานกับสตีฟ จ็อบส์ และบอร์ดคณะผู้บริหารของแอปเปิลเพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก" ชมิดต์กล่าวหลังได้รับตำแหน่ง การย้ายบ้านครั้งนี้ของอีริค ชมิดต์มีผลให้เขากลายเป็นบอร์ดผู้บริหารของแอปเปิลคนที่ 8 โดยในจำนวนบอร์ดทั้งหมดของแอปเปิลนี้ มีนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย ด้านสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิลก็หยอดคำหวานผ่านสื่อว่า จากผลงานอันโดดเด่นที่เขาสร้างไว้ที่กูเกิล เราทุกคนที่แอปเปิลต่างเฝ้ารอที่จะได้ร่วมงานกับอีริคอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งกูเกิลและแอปเปิลต่างก็ให้ความสำคัญที่การพัฒนานวัตกรรมเพื่ออนาคตเช่นเดียวกัน จึงเชื่อว่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของอีริคจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันแอปเปิลให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน อีริคเข้าร่วมงานกับกูเกิลเมื่อเดือนมีนาคม 2001 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอของกูเกิลในเดือนสิงหาคม 2001 สำหรับประวัติการทำงานของชมิดต์ก่อนหน้าร่วมงานกับกูเกิล เขาเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของโนเวลล์ (1997-2001) และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีของซัน ไมโครซิสเต็มส์มาก่อนด้วย โดยดูแลในส่วนของภาษาจาวา (Java) ซึ่งในระยะเริ่มแรกของการทำงาน เขาเคยเป็นนักวิจัยอยู่ที่บริษัท ซีร็อกส์มาก่อนด้วย นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับให้อีริคเป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับที่ 129 ของโลก โดยมีทรัพย์สินประมาณ 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ที่สำคัญเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับตำแหน่งมหาเศรษฐีนี้จากมูลค่าหุ้นที่เขาได้รับจากการเป็นพนักงานภายในองค์กรเสียด้วย (บุคคลแรกที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวคือ สตีฟ บอลเมอร์ ซีอีโอจากไมโครซอฟท์) และวันนี้ เขากำลังจะก้าวไปสร้างสรรค์นวัตกรรมครั้งใหม่ให้กับแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์แล้ว Company Related Links : Apple Credit: Manager Online 2006年8月 Microsoft เปิดไพ่ Toshiba รับบทผู้ผลิตเครื่องเล่น "Zune" ชน iPodAugust 27, 2006 หลังจากที่ไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะส่ง "Zune" ซอฟต์แวร์และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพาลงชิงชัยในตลาดที่มีแอปเปิลเป็นเจ้าตลาดอยู่ ล่าสุดไมโครซอฟท์เปิดตัวบริษัทที่จะมารับหน้าที่เป็นผู้ผลิตตัวเครื่อง Zune แล้ว ไม่ใช่ใครอื่นไกล ไพ่ออกที่โตชิบา ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แดนปลาดิบ ความเคลื่อนไหวนี้ของไมโครซอฟท์ (Microsoft) ถูกเปิดเผยขึ้นหลังจากโตชิบา (Toshiba) ส่งคำขออนุญาตไปยังคณะกรรมการเอฟซีซี หรือ Federal Communications Commission ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของสหรัฐฯ แจ้งว่าจะเข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่แห่งเรดมอนด์ วอชิงตัน คำขออนุญาตของโตชิบาได้รับการอนุมัติ โดยระบุว่าเป็นการร่วมงานกันในโครงการสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลง MP3 พกพา โดยชื่อของผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในคำร้องกลับไม่ใช่ "Zune" อย่างที่ไมโครซอฟท์เคยประกาศไว้ แต่ใช้ชื่อว่า "Pyxis" แทน ไมโครซอฟท์ออกมายืนยันว่าเตรียมตัวก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงดิจิตอลแล้วอย่างเต็มรูปแบบด้วยการพัฒนาเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลและซอฟต์แวร์ด้านการจัดการเพลงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า "Zune" ในครั้งนั้นไมโครซอฟท์ระบุว่าโครงการนี้ถูกวางตำแหน่งไว้ให้เป็น "อุปกรณ์ด้านเสียงเพลง วีดีโอ และความบันเทิงตัวใหม่" แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับบริการ-ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้มากนัก แต่ระบุชัดเจนว่าจะส่งผลิตภัณฑ์นี้ออกให้ทันช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีอย่างแน่นอน "ดิฉันสามารถยืนยันได้เพียงว่าโตชิบาคือผู้ผลิตเครื่องเล่น MP3 ให้กับไมโครซอฟท์ ตามที่เอฟซีซีรายงาน" ประชาสัมพันธ์ของไมโครซอฟท์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี "แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆเพิ่มเติมได้ในขณะนี้" ตามการเปิดเผยของเอฟซีซี เครื่องเล่นเพลง MP3 ของไมโครซอฟท์จะสามารถฟังวิทยุเอฟเอ็มได้ สามารถถ่ายโอนไฟล์วีดีโอ ไฟล์รูปภาพ และไฟล์เพลงไปยังคอมพิวเตอร์ได้แบบไร้สาย "ผู้ใช้สามารถรับและส่งภาพ เพลง อัลบัม และเพลย์ลิสต์ให้กับผู้ใช้ Pyxis ด้วยกันได้" ตามเนื้อความที่ระบุในเอกสารของเอฟซีซี ซึ่งระบุไว้ด้วยว่า ผู้ใช้สามารถสตรีมเพลงสูงสุด 4 เพลงติดต่อกันให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถฟังเพลงไปพร้อมๆกันได้ไม่ต่างจากการเป็นดีเจในคลื่นวิทยุ สำหรับภาพเครื่องต้นแบบและภาพวาดจำลองที่โตชิบาส่งให้กับทางเอฟซีซี มีขนาดใหญ่เท่าสมุดโน้ต พร้อมคลิกวิลล์ไม่ต่างจากไอพ็อด โดยในบางรุ่นจะมาพร้อมฮาร์ดไดร์ฟความจุ 30GB ด้วย ตามการรายงานของเอเอฟพี นักวิเคราะห์นั้นมองว่าสาเหตุที่ไมโครซอฟท์ต้องการกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดเครื่องเล่นเพลงแบบพกพานั้นเป็นเพราะว่า บริษัทมองว่าเครื่องเล่นเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการพกพาไปได้ทุกที่เช่นในห้องนั่งเล่น พร้อมกับที่ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ขณะเดียวกันก็ต้องการให้แบรนด์ของตนเองนั้นมีบทบาทมากขึ้นในวงการบันเทิงดิจิตอลที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคสูง Company Related Links : Microsoft Apple Credit: Manager Online Microsoft วางแผงวินโดวส์ไร้WMPและMSNในเกาหลีแล้วAugust 24, 2006 แหล่งข่าวของไมโครซอฟท์ไม่ระบุนามเปิดเผยว่า วันนี้ (24 สิงหาคม) คือกำหนดการวางจำหน่ายระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ ที่ไม่มีโปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์ (WMP) และโปรแกรมแชตเอ็มเอสเอ็น ตามคำสั่งของคณะกรรมการการค้ายุติธรรมเกาหลีใต้ หลังจากที่ไมโครซอฟท์วางจำหน่ายวินโดวส์เวอร์ชันดังกล่าวมาแล้วในสหภาพยุโรป การวางจำหน่ายวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ของไมโครซอฟท์ (Microsoft Corp.) ในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับของคณะกรรมการการค้ายุติธรรมของเกาหลีใต้ (Fair Trade Commission) หรือเอฟทีซี เพื่อป้องกันการผูกขาดของตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศเกาหลีใต้ ข้อบังคับของเอฟทีซีเกาหลีใต้ไม่เพียงระบุให้ไมโครซอฟท์วางจำหน่ายวินโดวส์เวอร์ชันไร้วินโดวส์มีเดียเพลเยอร์และเอ็มเอสเอ็น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคเกาหลีใต้เท่านั้น แต่เอฟทีซียังสั่งปรับไมโครซอฟท์ย้อนหลังเป็นจำนวนถึง 3.25 หมื่นล้านวอน หรือประมาณ 1.278 พันล้านบาท เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาด้วย เงิน 3.25 หมื่นล้านวอนเป็นค่าปรับฐานละเมิดกฏหมายผูกขาดด้วยการจำหน่ายชุดซอฟต์แวร์หลายตัวพ่วงไปในชุดเดียวกัน ทั้งซอฟต์แวร์เล่นไฟล์มัลติมีเดียอย่างวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์และซอฟต์แวร์สนทนาอย่างเอ็มเอสเอ็น ซึ่งทำให้ผู้แข่งขันรายอื่นในตลาดซอฟต์แวร์เกาหลีได้ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ไม่มีทางเลือก ไมโครซอฟท์อ้างว่า ระหว่างการติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ จะมีการสอบถามผู้ติดตั้งว่าต้องการติดตั้งโปรแกรมทั้งสองนี้หรือไม่ เท่ากับว่าไมโครซอฟท์ไม่ได้ทำผิดฐานจงใจผูกขาดตลาดซอฟต์แวร์แต่อย่างใด ด้านเอฟทีซีเกาหลีใต้กลับไม่ฟังเสียงร้องเรียนใดๆของไมโครซอฟท์ รวมถึงการร้องเรียนครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วด้วย วินโดวส์เวอร์ชันใหม่จะมีทั้งในส่วนของ Windows XP Home Edition และ Windows XP Professional Edition โดยจะมีลิงก์ไปยังเว็บเพจของไมโครซอฟท์ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ต้องการโปรแกรม WMP และ MSN เข้าไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ เกาหลีใต้นั้นเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับ 10 เมื่อเทียบกับตลาดอื่นทั่วโลก โดยยังไม่มีรายละเอียดตัวเลขใดๆเพิ่มเติมในขณะนี้ Company Related Links : Microsoft Credit: Manager Online |
|
|